Log in  
dot


นามปากกา

Web Member
คนไทยในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว - สู่ ล่องแจ้ง เขาสูง
คนไทยในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว - สู่ ล่องแจ้ง เขาสูง

ผู้เขียน: samphan อ่าน: 38990 ความเห็น: 412

๒. สู่ ล่องแจ้ง เขาสูง

วิกฤต คือ โอกาส 

          เมื่อผมลาออกจากราชการในเดือนเมษายน ๒๕๑๔  เพื่อสมัครเป็นทหารในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว  ก็เดินทางไปสมัครตามที่ตั้งใจ    กองทัพพระราชอาณาจักรลาว  (เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ต่อไปนี้ขอใช้ คำย่อว่า ทชล.)  จัดส่งเจ้าหน้าที่ไปรับสมัครในประเทศที่ ๓    เขาให้เลือกว่าจะเป็นทหารในพื้นที่ใดในลาว  มีให้เลือก   ๓ พื้นที่  คือ

          - แขวงบ่อแก้ว (ภาคเหนือ)  ปฏิบัติการในพื้นที่  เมืองห้วยทราย  (Huay Xai)  และเมืองเชียงลม

          - แขวงเชียงขวาง (ภาคกลางตอนบน)  ปฏิบัติการในพื้นที่เมืองซำทอง  ล่องแจ้ง  และทุ่งไหหิน  (Plain of Jars)

          - แขวงจำปาศักดิ์  (ภาคใต้)  (Champasak)  ปฏิบัติการในพื้นที่เมืองปากเซ  (Pakse)

          ผมฟังเจ้าหน้าที่เขาสาธยาย  สภาพทั่วๆ ไป  และ สถานการณ์ทางทหารแล้ว  ก็ตกลงใจเลือกปฏิบัติการในพื้นที่แขวงเชียงขวาง  เนื่องจาก  เป็นพื้นที่สถานการณ์รุนแรงและวิกฤตที่สุด   

          หลายท่านอาจจะสงสัยเรื่อง แขวงต่างๆในพระราชอาณาจักรลาว  แล้วผมจะหาโอกาสเรียนให้ทราบต่อไป  เพราะหากเล่าตอนนี้จะไปไม่ถึงทุ่งไหหิน         แต่เพื่อให้ท่านที่สนใจได้เห็นภาพกว้างๆ จึงขอเสนอแผนที่แสดงแขวงต่างๆ ในพระราชอาณาจักรลาว  พอเป็นสังเขปก่อน นะครับ

               


 

 

 
      แผนที่คงจะดูยากสักหน่อย    จำง่ายๆ คือ 

          แขวงบ่อแก้ว     เมืองห้วยทราย  (Huay Xai)  และเชียงลม   อยู่ตรงข้ามกับ อ.เชียงของ จว.เชียงราย

          แขวงเชียงขวาง       เมืองซำทอง  ล่องแจ้งอยู่ระดับ อ.ปัว  จว.น่าน                              

               ทุ่งไหหิน  (Plain of Jars)   อยู่เหนือขึ้นไปอีก ระดับ อ.เชียงคำ  จว.เชียงราย

          แขวงจำปาศักดิ์  (Champasak)      เมืองปากเซ  (Pakse)  อยู่ตรงข้าม  จว.อุบลราชธานี

 

ยามศึกเรารบ  ก่อนไปรบเราฝึกหนัก

          เมื่อสมัครเรียบร้อยแล้ว ทาง ทชล. ก็ส่งผมไปเข้าค่ายฝึกในประเทศที่ ๓ นั่นอีก  พอไปถึงค่ายฝึก เห็นคนไทยมาสมัครกันมากมาย    ได้พบคนที่รู้จักคุ้นเคยกันก็มาก      เนื่องจากผมเป็นทหารปืนใหญ่  เขาก็จัดให้ผมสังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ที่ ๖๓๖   และเพื่อความเป็นสากล เขาเรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า  Battalion  Artillery 636  -  BA 636     และพวกเราก็เลยเรียกกันให้ง่ายๆ และโก้ๆ ว่า บีเอ หกสามหก       ส่วนเหล่าทหารราบ เขาเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า  บีซี   BC   ย่อมาจากคำว่า  Battalion Commando   ครับ     ทหารเหล่าอื่นเขาไม่รับสมัคร   รับเฉพาะ เหล่าทหารราบ  ราชินีแห่งสนามรบ   และ  ทหารปืนใหญ่  ราชาแห่งสนามรบ  เท่านั้น    หากทหารเหล่าอื่นมาสมัคร เขาก็ให้เป็นทหารราบ    เพราะทหารเหล่าอื่นยิงปืนใหญ่ไม่เป็น ครับ    และ ค่ายฝึกที่ผมไปรับการฝึกนี้ก็เป็นค่ายฝึกทหารปืนใหญ่ เท่านั้น      ส่วนทหารราบไปฝีกที่ค่ายฝึกทหารราบ  (ผมไม่ทราบหรอกครับ ว่าทหารราบเขาฝึกกันที่ไหน  แต่อยู่ในประเทศที่ ๓ นี่แหละ)

          เพื่อให้ท่านได้ติดตามสถานการณ์ได้อย่างกระจ่างชัดปราศจากข้อกังขา จึงใคร่อธิบายถึงการจัดหน่วย  บีเอ ๖๓๖  และแนะนำบรรดา หัวหน้า  ในกองพันดังนี้

                    บีเอ ๖๓๖  ประกอบด้วย  กองบังคับการกองพัน  และกองร้อยกองบังคับการ ,   กองร้อยปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มม.  ๑ กองร้อย,  กองร้อยปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕  มม.  ๑ กองร้อย,  กองร้อยเครื่องยิงลูกระเบิด ขนาด ๔.๒ นิ้ว  ๑ กองร้อย   (กองร้อยนี้เป็นทหารราบ  แต่อยู่ในกองพันทหารปืนใหญ่ จึงต้องฝึกกับทหารปืนใหญ่ ครับ)   และมีทหารราบทำหน้าที่เป็นหมวดระวังป้องกัน อีก ๓ หมวด เพื่อระวังป้องกันให้กองร้อยปืนใหญ่ และกองร้อยเครื่องยิงฯ  กองร้อยละ ๑ หมวด  

 

ใครเป็นใคร  ใน บี เอ ๖๓๖

          คณะหัวหน้าในกองพัน เท่าที่จำได้ก็มี  ผู้บังคับกองพัน - ภูมั่น , รองผู้บังคับกองพัน - ภูมิ่ง ,   นายทหารส่งกำลังบำรุง - ภูแสง ,  นักบิน ๒ ท่าน   คือ ภูคำ และ ภูวัง, ผู้บังคับกองร้อยกองบังคับการ - ภูสิง

         กองร้อยปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มม.   ผู้บังคับกองร้อย - ภูเวียง , รองผู้บังคับกองร้อย - ภูแสน , นายทหารอำนวยการยิง - ภูสิน ,  นายทหารลาดตระเวนและแผนที่ - ภูมน

          กองร้อยปืนใหญ่ขนาด ๑๐๕ มม. :   ผู้บังคับกองร้อย - ภูใส , รองผู้บังคับกองร้อย - ภูลา ,  นายทหารอำนวยการยิง - ภูสา ,  นายทหารลาดตระเวนและแผนที่ - ภูจัน

          กองร้อยเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด ๔.๒ นิ้ว :   ผู้บังคับกองร้อย - ภูอิน , รองผู้บังคับกองร้อย - ภูลี , นายทหารอำนวยการยิง - ภูสัน , ผู้ตรวจการณ์หน้า - ภูวัน , นายทหารติดต่อ - ภูแก้ว

          ผู้บังคับหมวดระวังป้องกัน ๓ หมวด :   ภูน้อย ,  ภูกอง  และ ภูเสน

          ไม่ทราบว่ามาจากไหนกัน ชื่อเสียงเรียงนามก็คล้ายกันมาก เวลาเรียก หรือเขียนต้องระวังให้ดี เช่น ภูสิง - ภูสิน   หรือ ภูวัง - ภูวัน เป็นต้น  แต่พวกเราก็ เรียก และเขียน กันได้ไม่ผิดตัว

         ส่วนรี้พลสกลไกร อื่นๆ ที่ไม่ใช่ หัวหน้า  ก็เห็นแต่คนไทยเป็นส่วนใหญ่  ชาติอื่นๆ แถวๆ รอบบ้านเราก็มีบ้าง    แต่ที่ไม่มีมาสมัครเลยคือ พี่น้องลาว ของเรานี่เอง

          พวกเราฝึกกันประมาณ ๑๐ สัปดาห์  เพื่อให้ คน  คือ หัวหน้า และ ลูกน้อง  ได้คุ้นเคยรู้น้ำจิตน้ำใจกัน เพราะแต่ละคนมาจากที่ต่างๆ กันทั่วสารทิศ จะต้องไปใช้ชีวิตร่วมเป็นร่วมตายกันในสนามรบก็ต้องให้รู้จิตใจกันเป็นพิเศษ   และฝึกให้คุ้นเคยกับอาวุธ และใช้อาวุธได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์    เริ่มฝึกตั้งแต่ต้นเดือน เมษายน  จนถึงราวๆ กลางเดือน  กรกฎาคม  ๒๕๑๔       

          ในช่วงท้ายของการฝึก   พี่ภูมั่น  ผู้บังคับกองพัน ได้เดินทางไปดูการปฏิบัติภารกิจของ บีเอ ๖๓๕   (หน่วยทหารปืนใหญ่ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ก่อนแล้ว)    ได้กลับมาเล่าถึงสถานการณ์ และเรื่องที่ควรรู้  ควรปฏิบัติ  และในรายละเอียดของการเดินทาง ท่านเล่าว่า . . .

          ในวันเดินทาง จะมีเครื่องบิน ซี - ๑๓๐ ของบริษัท แอร์  อเมริกา  มารับทั้ง คนและอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมด ไปในเที่ยวเดียวกัน  อาจจะแออัดสักหน่อย แต่เมื่อเครื่องตั้งลำได้แล้ว ก็พอจะขยับขยายกันได้บ้าง . . .     ผมให้นึกสงสัยอยู่ในใจว่ามันอย่างไรกัน  เพราะเมื่อไปราชการสงครามเวียดนามนั้น  ก็เดินทางด้วยเครื่อง ซี - ๑๓๐ เหมือนกัน ก็นั่งไปสบายๆ ไม่ได้รู้สึกแออัด หรืออึดอัด แต่อย่างใด  แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป   คงอมความสงสัยไว้ 

 

          เรื่องการฝึกนี่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องปรกติ  ไม่จำเป็นต้องบันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก  แต่ก็มีบางคน ได้ถ่ายภาพเอาไว้ และนำมามอบให้ผม     มาบัดนี้ เวลาล่วงเลยไป เกือบ ๔๐ ปี  เป็นภาพที่มีคุณค่ายิ่ง  เห็นภาพถ่ายแล้ว  มันให้รู้สึกว่าความจำที่เลือนๆ ไปนั้นกลับเจิดจรัสขึ้นมาทันที       จึงขอนำมาลงให้ท่านดูกันเล่นๆ ดีกว่าอ่านอย่างเดียวให้หูตาลายนะครับ


     
 

 

 

 

 

 

 

 

ซ้าย    การออกกำลังกายก่อนเล่นกิฬา                                        ขวา   การฝึกปฏิบัติตามคำสั่ง และการเคลื่อนที่ด้วยวิธีต่างๆ 
 

 

 

 

พิธีปิดการฝึก  ณ ค่ายฝึกทหารปืนใหญ่  ประเทศที่ ๓   ภูมั่น ยืนหลัง ผบ.ค่ายฝีกฯ      

 

              ครับ ... ในที่สุด เราก็ฝึกกันจนครบตามที่ท่านกำหนดให้  แล้วก็ต้องมีการสังสรรค์กันหน่อย  ตามธรรมดาของคณะบุคคลที่ได้ตรากตรำเหน็ดเหนื่อยคร่ำเคร่งจากการฝึกอย่างสาหัสสากรรจ์  เคยได้ล่วงเกินกันบ้าง ก็เป็นอันว่าจบสิ้นกันไป   เหลืออยู่แต่ครามรู้ ความชำนาญ ความทรหด อดทนที่ได้จากการฝึกนั้น  และที่สำคัญคือ พวกเราจะไปรบกับอริราชศัตรูด้วยกัน  อาจจะไม่มีโอกาสได้กลับมาพบกันอีก  จริงๆ ครับ  หลายคน นับแต่วันนี้แล้ว ไม่ได้พบกันอีกเลย

          งานเลี้ยงของเราเริ่มตั้งแต่มื้อกลางวัน      ไม่มีกำหนดเลิก  แต่วันรุ่งขึ้น รถจะมารับพวกเราไปสนามบินตั้งแต่ ตี ๕ ครึ่ง   ต้องรีบนอนกันหน่อย   แต่คนที่กลัวว่าจะตื่นยาก จัดของเเตรียมเดินทางเสร็จแล้วนั่งคุยกันจนรถเขามารับก็มี     ส่วนผมสัก  ๒ ทุ่ม  ขึ้นมาในห้องนอนคณะหัวหน้าในกองร้อย ป. ๑๕๕ มม.  ก็ได้ยินเสียงเอะอะกันอยู่  ได้ความว่า ภูมน ทำท่าไหนไม่ทราบ เป็นเหตุให้พระบรมรูปสมเด็จพระปิยมหาราช หล่อด้วยปูนพลาสเตอร์ ที่จำลองมาจากพระบรมรูปในโรงเรียนนายร้อยฯ  ล้ม และพระศอหัก  พระบรมรูปจำลองนี้ พี่ภูมั่น ผู้บังคับกองพัน นำมามอบให้แต่ละกองร้อย นำไปบูชา     ครับ ภูมน นั้นตกใจมาก  ผมเลยบอกพี่ๆ หัวหน้าทั้งหลายว่าไม่เป็นไร แล้วก็ชวนภูมน ขับรถไปตลาดในค่ายฝึกนั้น  หาซื้อทองคำเปลวนำมาปิดรอยหักที่พระศอ    ดีที่หักเป็นสองท่อน ไม่เป็นเศษเล็กเศษน้อย ปิดทองแล้วสวยไปซะอีก   ทุกคนก็สบายใจ  และเศษทองที่เกินที่ปิดผมเอาปิดที่หน้าหมวกเหล็กของผม  และยังติดอยู่จนทุกวันนี้     พระบรมรูป ฯ  นั้น พี่ภูแสน รอง ผบ.ร้อย.ป.๑๕๕ มม. เลยประกาศว่า ทีนี้พี่รับผิดชอบพระรูปฯ  นี้เอง

 

        ครั้นแล้ว  ๒๐  กรกฎาคม ๒๕๑๔    วันเดินทางของพวกเราก็มาถึง  มีการปรับแผนเล็กน้อย  คือทาง ทชล. ให้บีเอ.๖๓๖ แยกเป็นสองส่วน    ให้ ร้อย ป.๑๐๕ มม. ไปปฏิบัติการในพื้นที่แขวงจำปาศักดิ์  ทางใต้ (ปากเซ)   ผบ.พัน ท่านเลยต้องแยก บก.พัน.ส่วนหนึ่งไปด้วย     กำลังส่วนใหญ่ คือ ร้อย.ป.๑๕๕ มม., ร้อย.ค.๔.๒ นิ้ว, บก.พัน.และร้อย.บก.ส่วนใหญ่ คงไปปฏิบัติการในแขวงเชียงขวาง พื้นที่ ซำทอง ล่องแจ้ง ทุ่งไหหิน    ตามแผนเดิม

          รถบรรทุกสัมภาระเริ่มเดินทางไปสนามบินก่อน  ตั้งแต่ ตี ๕   พอตี ๕ ครึ่ง รี้พลสกลไกรก็เริ่มเดินทาง  ก็ค้วยรถบรรทุกสัมภาระนั่นแหละครับ ที่กลับมารับพวกเรา ไปถึงสนามบิน และเห็นเครื่องบิน ซี - ๑๓๐   ของบริษัท แอร์ อเมริกา  นั่นแล้วถึงได้เห็นความแตกต่างจากที่ได้เคยเดินทางไปราชการสงครามเวียดนาม     ครั้งนั้น  กำลังพลเดินขึ้นเครื่องทางบันไดด้านข้างซ้ายตัวเครื่องบิน  มีที่นั่งเป็นตาข่ายนั่ง ซีกละ ๒ แถว  หันหน้าเข้าหากัน    แต่คราวนี้  ไม่เห็นบันไดให้เดินขึ้น  แต่เปิดท้ายเครื่อง และเข็นเอาสัมภาระที่บรรจุลงลังใหญ่ๆ   (มีรางลูกกลิ้งรองพื้นเครื่องบินเป็นเครื่องทุ่นแรงในการเข็น)  เข้าไปทางท้าย ซีกซ้ายของเครื่อง   เมื่อยึดตรึงดีแล้วก็เรียกให้คนเดินตามเข้าไปให้ยืนชิดติดกันยิ่งกว่าขึ้นรถประจำทางบ้านเราซะอีก    พอทางซ้ายเต็มแล้วก็ย้ายมาเดินขึ้นทางซีกขวาบ้าง  พวกคณะหัวหน้าเราต้องดูแลให้เรียบร้อย  แล้วจึงเดินตามเขาขึ้นไป  เรียกว่า   คณะหัวหน้าขึ้นเครื่องเรียบร้อยเมื่อไหร่  กองพันก็พร้อมเดินทางกันละ    เขาขนไปเที่ยวเดียว ขนไปหมดเลย    และทุกคนยืนเหมือนกันหมด  เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็เอาสายผ้าใบมาคาดกั้นแถวหลังสุดกันไม่ให้ล้มเมื่อเรื่องบินต้องเร่งเครื่องเพื่อให้ลอยตัวจากทางวิ่ง ไม่งั้นต้องล้มกันระเนระนาดแน่ๆ  ส่วนแถวในๆ ไม่ต้องกั้น เพราะยืนเบียดกันแน่นจนล้มไม่ลงอยู่แล้ว    สัก ๔ - ๕ นาที พอเครื่องบินตั้งลำได้  ผมจึงได้หายสงสัยที่พี่ภูมั่น  ว่า เมื่อเครื่องตั้งลำได้แล้ว  ก็พอจะขยับขยายกันได้บ้าง  เพราะ พอเครื่องตั้งลำได้เจ้าหน้าที่เขามาเอาสายผ้าใบที่กันล้มออก พวกหัวหน้าที่ยืนอยู่แถวหลังก็ขยับขยายออกมานั่งๆ นอนๆ ที่ส่วนท้ายเครื่องซึ่งเอียงลาดขึ้นไป   เท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

 

                                 
 

C -130  Hercules - The 20th Century's Greatest Airlifter Will Also Be the  21st Century's

 

ซ้าย     การบรรทุกกำลังพล และสัมภาระขึ้นทางท้ายเครื่อง                                                        ขวา     ขณะลอยลำในอากาศ

 

 

          เจ้าเฮอร์คิวลิส ซี - ๑๓๐  บินอยู่ชั่วโมงกว่าๆ เจ้าหน้าที่ก็มาให้เราไปเข้าแถวและเอาสายผ้าใบมาคาดกันล้มให้อีกตามเดิม  แล้วก็ร่อนลงสนามบินล่องแจ้ง   LS - 20 A   แขวงเชียงขวาง    พระราชอาณาจักรลาว

 

 

 

 

 

 

LS20A

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 XiangKhong                                                                                             Plan  XiangKhong
 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 สนามบินล่องแจ้งในมุมต่างๆ      หัวทางวิ่งด้านตะวันออก มีโบสถ์หลังหนึ่ง


 

 
 

 


                    

 

 

 

 

 

ซ้าย  เต ซาวแปด (T 28)  เครื่องบินรบของ ทชล.  ที่สนามบินล่องแจ้ง           ขวา  T 28  บินขึ้นเพื่อปฏิบัติภารกิจโจมตีเป้าหมายในทุ่งไหหิน

 

          เมื่อบ่ายนี้  คุณ นักรบรับจ้าง  เพื่อนคนไทยในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว  ส่งภาพถ่ายจากมุมสูงพระอุโบสถ ที่หัวสนามบินล่องแจ้ง  มาให้

          ขออนุญาตเผยแพร่ให้ได้ชมภาพสีสัน  ให้สดชื่น  มีชีวิตชีวากันหน่อยครับ  .  .  .  เชิญครับ

 

 

 

 


 

 


 

 ศาลพระภูมิที่หน้ากองบัญชาการกองกำลังอาสาสมัครทหารเสือพรานที่ล่องแจ้ง 

เทือกเขาสูงที่เห็นอยู่เบื้องหลัง มีชื่อเป็นที่รู้ทั่วกันว่า  สกายไลน์   Sky Line

 


 

กองบัญชาการกองกำลังอาสาสมัครทหารเสือพราน  (บก.กกล.ทสพ.) ที่ล่องแจ้ง  ชื่อรหัสว่า "สิงหะ"   เล็ก  ปลอดภัย  ประสิทธิภาพสูง

 

 


 

 

 

 

สบายดี  ปี้น้องลาว

          ที่สนามบินล่องแจ้งฝนตกมาหลายวันแล้ว   วันนั้นฝนตกพรำๆ  แต่อากาศเปิด  ทัศนวิสัยดี   เห็นเครื่อง เต - ซาวแปด  (T - 28)   เครื่องบินรบของ ทชล. และ เฮลิคอปเตอร์  ของ แอร์ อเมริกา ขึ้น - ลง กันขวักไขว่    มีรถบรรทุกมารับพวกเราไปเข้าที่รวมพลแห่งหนึ่ง ดูลักษณะคล้ายๆ โรงเรียน  สนามหญ้าเฉอะแฉะไปหมด ไม่มีนักเรียนสักคน  ไม่ทราบว่าโรงเรียนปิดเทอมหรือเลิกสอน   ทราบภายหลังว่า ชื่อโรงเรียนลาวรวมเผ่า  เลิกสอนหลายปีแล้ว 

         พวกเรา อยู่ในที่รวมพลนี้ประมาณ ๑ สัปดาห์ หน่วยเหนือก็สั่งให้  ร้อย.ป.๑๕๕ มม.  ไปเข้าที่ตั้งยิงซีบรา แทนหน่วยปืนใหญ่เดิมซึ่งรุกคืบหน้าไปสร้างที่ต้งยิงใหม่ในทุ่งไหหิน  และเพื่อ รักษา / จัดส่งกระสุนปืนใหญ่ที่ตกค้างอยู่ไปให้หน่วยในทุ่งไหหิน     

          มาถึงราชอาณาจักรลาวตั้งอาทิตย์แล้วเพิ่งจะได้เว้า สะ - บาย - ดี  ตอนที่ออกไปศึกษาสภาพเศรษฐกิจและสังคมเมืองล่องแจ้ง นี่เอง     

    

 

 


 

 

 

 

         

 

ย่านธุรกิจการค้าของตลาดล่องแจ้ง  กรกฎาคม  ๒๕๑๔

 

 


 

 

ตลาดเช้าล่องแจ้ง   นักบินลาว ก็จ่ายตลาด 

 

           ครับ . . .   ในที่สุด  จาก   ค่ายฝึก   -   ล่องแจ้ง    พวกเรา  บีเอ ๖๓๖   ก็ ไปสู่  เขาสูง   ก่อนถึง ทุ่งไหหิน   

 

เหตุการณ์ต่อไป    . . .  พระราชอาณาจักรลาว

เหตุการณ์ต่อไป    . . .  พระราชอาณาจักรลาว

เหตุการณ์ต่อไป    . . .  พระราชอาณาจักรลาว

 

 

 

ภาพและข้อมูลบางส่วน จาก วิกิพีเดีย  สารานุกรมเสรี 








[1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ถัดไป>>


ความคิดเห็นที่ 1

เช้า29กันยายน2515กำลังพลของ B.C.603Aที่ปรับกำลังพลที่ภูโน (ค่ายเทพโยธี) อ.กระนวน จ.ขอนแก่นถูกลำเลียงด้วย C130 จากฐานบินน้ำพอง มุ่งสู่ล่องแจ้ง มองหน้าแต่ละคนเงียบกริบ ถึงล่องแจ้งพักส่วนหลัง 3 วัน  วันที่ 2 ตุลาคม 2515 ย้ายกำลังโดย ฮ.ไปลงที่ เนินฉลาม (เลยเนินสกายไลน์)ตั้งฐานลอย เช้าเริ่มออกเดินทางภารกิจลาดตะเวนค้นหา ที่หมายคือภูผาไซ ปืนใหญ่จากฐานยิงเมอคิวรี่ยิงคุ้มกันข้ามหัวไปมา  ผบ.ร้อย1ผู้กองพิชยุทธ ร้องบอกหมู่พร้อม คัชถุยานุวัฒน์พนักงานวิทยุประจำกองร้อยให้บอกปืนใหญ่ยิงห่างๆหน่อย ไม่ถึงห้านาที เสียงวิทยุจาก มว.ปล.ที่3 ร้อย 1 แจ้งแจ๊คพอต โดนปืนใหญ่ตาย 3 เวรละซี น้องใหม่ชักเริ่มขวัญเสีย มองหน้ากันเลิกลัก  กลางคืนตั้งฐานลอยมีสปุ๊กกี้ยิงคุ้มกันทั้งคืน  วันที่ 4 ตุลาคม 2515 มองเห็นเนิน1516กำลังถูก เตซาวแปดถล่มทำแอร์สไตค์ เหมือนในหนังสงคราม พอเตวาวแปดเชิดหัวขึ้น ปตอ.พี่แกวก้ยิงไล่ตูด พวกเราก็คอยเชียร์กันเป็นที่สนุกสนานไปเลย..เดี่ยวพรุ่งนี้คอยมาว่าต่อ...
โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 20-05-2009 16:11:42

ความคิดเห็นที่ 2

พวกเรายังคงปฏิบัติภาระกิจลาดตะเวน ค้นหาข้าศึก(เริ่มแรกไม่เข้าใจภาระกิจ ยังพากันบ่นว่าทำไมไม่ใช้ ฮ.ขนไปลงที่ฐานเลย ทำไมต้องให้มาเดินหอบสมบัติบ้า) ทั้งเหนื่อยและเพลีย หลังจากดูการทำแอร์ไสตค์ก็เดินลงสู่หุบเขาที่อยู่เทือกเดียวกับเนิน 1516 ในช่วงบ่าย ฝนก็ตก พวกที่ลงไปถึงหุบเขาก่อน รีบอาบน้ำกันเป็นที่สนุกสนาน มีแต่ชีเปือยเต็มไปหมด  ซักพักเสียงดังโครมครามเหมือนกับช้างป่าทั้งโขลงวิ่งมา ใกล้เข้า ใกล้เข้า ตายละหวาผู้กองพิชยุทธอุทาน  พร้อมตะโกนบอกทุกคนให้รีบขึ้นจากลำธารสู่ที่สูงโดยเร็วที่สุด ไม่ถึงสองนาทีก้อนน้ำสีแดงขุ่นขนาดมหึมาก็ถาโถมลงมา  ใครหนีทันก็ได้สมบัติติดตัวนิดหน่อย  ส่วนที่หนีไม่ทันก็ไหลไปตามน้ำ  สักพักน้ำที่มาเร็วก็หายไปเร็ว  พวกเราออกเดินสำรวจ  ไม่ว่า M.16 M.79 M.60 เครื่องกระสุน อุปกรณ์สนาม  สัมภาระต่างๆ ที่เอาขึ้นไม่ทันถูกกระแสน้ำป่าพัดพาไปหายหมด  บางคนเหลือ กกน.ตัวเดียว  แต่ก็ยังดีไม่มีใครเสียชีวิต ไม่งั้นอายเขาตายเลย (นักรบแต่ตายเพราะน้ำป่า) คืนนั้นต้องแบ่งปันผ้าห่ม เสื้อผ้าให้กันและกัน อากาศหนาวมาก  สปุ๊กกี้ยิงคุ้มกันให้จนถึงห้าทุ่ม  รุ่งเช้าเริ่มออกเดินขึ้นสู่เนิน 1516 ซึ่งเป็นเนินที่มีแต่ต้นหญ้าเตี้ยๆและโสมภูเขาหรือโสมแม้วขึ้นเต็มไปหมด พักอยู่บนฐานสองวัน 7 ต.ค.15 เริ่มปรับขบวนตั้งแต่ตีสาม  ร้อย ปล.ที่ 2 .เป็นหน่วยนำ ร้อย ปล.ที่ 3 (ร.ท.อลงกรณ์วิทยา  ศรีหาพงษ์ จาก ม.พัน.6 ขอนแก่น เป็นผบ.ร้อย)เป็นหน่วย สนับสนุน ส่วน ร้อย ปล.ที่ 1 เป็นส่วนระวังป้องกันหลัง   มว.อวน. บก.พัน ระวังป้องกัน บก.พัน ที่ตั้งฐานบัญชาการอยู่บนเนิน1516 กำลังพลทั้งสามกองร้อย ได้รับการยิงสนับสนุน ป้องกันจากปืนใหญ่ 155 ม.ม.จากฐานยิง เมอคิวรี่ที่ล่องแจ้ง ฐานยิงแคนเดิ้ลบนเนินสกายไลน์ และ ค.4.2 จากเนินฉลาม พวกเราทั้งหมดปรับขบวนเป็นแถวเรียงหนึ่งมุ่งหน้าลงสู่หุบเขาของภูผาไซที่สูงตะหง่านเพื่อเข้าตี"ถ้ำตำลึง" บนฟ้า F.111จำนวน 2 ลำปักหัวทิ้งระเบิดลงสู่บริเวณถ้ำตำลึง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับยิงปืนใหญ่อากาศเสียงเหมือนกับช้างร้องดังกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา  มองไปทางด้านทิศเหนือเห็นควันไฟ ซักพักมีเสียงดังตึงหนักๆจากแถวๆสนามบินบ้านนา แปล๊บเดียวเสียงดังแว๊ดพร้อมเสียงระเบิดก็ดังขึ้น ผบ.ร้อยสั่งให้ทุกคนทำตัวให้ต่ำที่สุด พวกเราโดน ป.130 ถล่มแล้ว ไม่ถึง 5 นาที ทีนี้มาทุกทิศทุกทาง จากบนภูผาไซ  จากเนิน1516 จากภูพันเก้า ไม่ว่าจะเป็น ค.82 ปรส.57 B.40 ปืนกลจาน ปตอ.20 มม.ก็รุมกินโต๊ะด้วย ร้อย ปล.ที่ 2 ข้ามลำธารบุกเข้ายึดถ้ำตำลึง  เข้าไปถึงแค่ปากถ้ำก็ถูกตรึงอยู่ตรงนั้น ร้อย ปล.ที่ 3 ถูกตรึงอยู่กลางลำธารเป็นส่วนใหญ่ ทั้งเสียชีวิต และบาดเจ็บ ส่วน ร้อย ปล.ที่ ถูกตรึงอยู่ลาดเนินเกือบจะถึงลำธาร ต่างฝ่ายต่างสาดกระสุนใส่กัน  ข้าศึกถูกกระสุนฝ่ายเราล้มตายลงต่อหน้า  บางรายถูกยิงหัวจมในลำธารตัวอยู่บนฝั่งก็มี  พอตกค่ำฝนยังคงตกพรำๆ เสียงปืนเล็กสงบลง แต่เสียงระเบิดจากอาวุธหนักทั้งเราและเขายังคงดังกันต่อเนื่องจนถึงรุ่งเช้า พวกเรานั่งนกกันทั้งคืน ทั้งเปียก ทั้งหนาว มองลงไปในลำธารเห็นศรีษะของผู้ที่เสียชีวิตกระเพื่อมตามกระแสน้ำ หดหู่ใจเหลือเกิน ในใจตัวเองถามว่าเรามาทำอะไร  ทำไมต้องมาลำบากทุกข์ทรมานอย่างนี้ เสี่ยงชีวิตเพื่อใคร สารพันคำถามพรั่งพรูเข้ามาในสมอง  คิดถึงบ้าน คิดถึงสิ่งต่างๆ  นึกเลยเถิดไปว่าเราจะมีชีวิตรอดถึงพรุ่งนี้หรือไม่  เสียงคนเจ็บครางเบาๆอยู่ใกล้ๆ ไม่ทราบว่าเป็นใครเพราะต่างคนต่างระวังตัวเอง หิวมากได้เรชั่น(ข้าวตาก)พอประทังท้อง  พรุ่งนี้เช้าจะเป็นอย่างไร  จะเจออะไรอีก  ชีวิตจะรอดกลับถึงบ้านหรือไม่..............วันจันทร์ที่ 25 พ.ค.52 จะมาเล่าสู่ฟัง
โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 22-05-2009 11:15:24

ความคิดเห็นที่ 3

มาช้าเล็กน้อย...เริ่มกันเลย...เช้าที่ 8 ต.ค.15 ฝนยังคงตกพอรำคาญ  หิวก็หิว  ไม่ได้นอนกันทั้งคืน หนาวก็หนาว มองลงไปในลำธารหน้าถ้ำตำลึงมองเห็นศพของเวียดนามนับได้ 13 ศพ  และของเรา(น่าจะเป็นกำลังพลของ ร้อย ปล.ที่3) 2 ศพ สังเกตุดูจากเครื่องแบบและรูปร่าง ประมาณ 07.00 น.เสียงปืนจากฝ่ายเราเริ่มดังขึ้นที่หน้าปากถ้ำ ตามด้วยเสียง AK- 47 ประสานเสียงกันดังสนั่น  ฟังจากวิทยุ PRC-25 ทราบว่า ร้อย ปล.ที่2 ที่ตรึงอยู่บริเวณหน้าถ้ำตรวจพบข้าศึกประมาณ 10 นายอาวุธครบมือ บางคนก็แบก***บขนมปังเดินมุ่งหน้ามายังหน้าถ้ำลักษณะไม่มีการระมัดระวัง  พอเข้าเขตพื้นที่สังหารจึงถูกร้อย ปล.ที่ 2 ระดมยิง ส่วนเสียง AK-47 ดังออกมาจากในถ้ำ เกิดการประทะกันอีกครั้ง ทีนี้ทั้ง 3 กองร้อยโดนรุมยำอีกเป็นระลอกที่ 2 เสียงคนเจ็บร้องโอดโอยไปทั่ว ฝ่ายเราเสียเปรียบทั้งด้านชัยภูมิและอำนาจการยิง  ประมาณ 10.00 น. เสียงคำสั่งให้ถอนตัวถูกถ่ายทอดจากปากสู่ปาก  เท่านั้นแหละหันไปมองทางด้านหลัง  ไปแล้วเป็นแถวเลย  ทั้งวิ่ง ทั้งกึ่งวิ่งกึ่งเดิน  ไม่มีรอกัน ที่หมายจุดนัดพบ เนิน 1516  ผู้กองพิชยุทธร้องบอกว่า "ไอ้พวกที่อยู่ท้ายแถวเริ่มถอนตัวได้แล้ว" เสียงตอบกลับมา "มันไปกันหมดแล้วครับ" เนื่องจากทางด้านท้ายของขบวนเป็นพวกที่เคยอยู่ที่เอ้าท์โพสต์ที่บ้านโตนบ้านกล้วย ทุ่งไหหิน และถูกข้าศึกเข้าตีเป็นชุดแรก สิ่งต่างๆยังฝังใจอยู่ พอได้ยินคำสั่งให้ถอนตัว  เหมือนพระเจ้ามาโปรด  ไม่รอแล้ว ประมาณบ่ายสามโมงพวกเราทั้งหมดก็ขึ้นมาถึงเนิน 1516 ตรวจเช็คกำลังพล บาดเจ็บ-เสียชีวิตเท่าไหร่ F.A.C.ประจำกองพันวิทยุเรียก ฮ.มารับคนเจ็บและตายกลับล่องแจ้ง ส่วนพวกที่เหลือแยกย้ายกันเข้าอยู่ตามฐานต่างๆบนเนิน1516  ร้อย ปล.ที่1 อยู่ติดเอ้าท์โพสต์ ล่อแหลมต่อการถูกโจมตีมาก ถัดไปเป็น บก.พัน 603 A ร้อย ปล.ที่3 สนาม ฮ. และสุดท้าย ร้อย ปล.ที่ 2 (บนเนิน 1516 หันหน้าไปทางภูผาไซ ซ้ายมือ ร้อย1 ตรงที่ยืน บก.พัน ขวามือ ร้อย 3 ข้างหลังต่ำลงไปเป็น สนาม ฮ. ถัดไปประมาณ 300 เมตร เป็น ร้อย 2) พักผ่อนอยู่บนนี้ 5 วัน ถูกยิงทักทายด้วย ป.130 และ B40 ทุกวัน บ่ายของวันที่ 12 ต.ค.15 มี ฮ.มาส่ง สป.ต่างๆ เที่ยวนี้ มีขนมปัง นมข้น และเบียร์กระป๋อง มาด้วย พวกเรามองหน้ากันเพราะของสามอย่างเป็นสิ่งบอกเหตุว่าภายในไม่เกินสามวันพวกเราจะต้องมีงานใหญ่ให้ทำ  ต่างภาวนาว่าอย่าให้กลับไปตีถ้ำตำลึงอีกเลย  ต่างก็ได้แต่ภาวนา  ถ้าไม่ใช่แล้วอะไรละคือภาระกิจต่อไป................


โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 25-05-2009 13:48:17

ความคิดเห็นที่ 4

เย็นของวันที่ 12 ต.ค.15 พวกเรา(หมายถึง ร้อย ปล.ที่1)ก็ได้รับข่าวที่เราเฝ้ารอ ภาระกิจพรุ่งนี้เช้าเข้าตีเนิน 1516 (ห่างจากฐานเราประมาณ 300 - 400 เมตร)แนวออกตีคือเอ้าท์โพสต์(ห่างจากที่หมาย 100 เมตร) โดยเข้าตีหลังจากเครื่องบินทำแอร์สไตรค์เสร็จ  มว.ปล. 1 และ บก.ร้อย เป็นปีกซ้าย  มว.2และ3 เป็นปีกขวา รับการยิงสนับสนุนจาก ป.155 มม.จากฐานเมอคิวรี่และแคนเดิ้ล ค.4.2 นิ้ว และค.81 มม.จาก มว.อวน. บก.พัน สนับสนุน ผู้เขียนอยู่ปีกซ้าย ประมาณ 09.30 น. เราเคลื่อนตัวเกาะติดฐานข้าศึกสามารถมองเห็นข้าศึกวิ่งไปยังจุด ปตอ.ที่กำลังยิงใส่ เตซาวแปดที่ทิ้งระเบิดเสร็จและกำลังเชิดหัวขึ้น  ลูกกระสุนของ ปตอ.ที่ถูกยิงขึ้นฟ้าระเบิดเป็นกลุ่มๆ เสียงอาวุธประจำกายเริ่มดังขึ้นจากปีกขวาพร้อมๆกับเสียงการตอบโต้จากข้าศึก การต่อสู้กำลังเกิดขึ้น "ปีกซ้ายชาร์จ"เสียงคำสั่งของ ผบ.มว.ปล.1สั่งการ ท่ามกลางห่ากระสุนนานาชนิด ปรส.จากภูพันเก้าซึ่งอยู่ชัยภูมิที่สูงกว่าเรายิงเข้าใส่ปีกซ้ายที่กำลังวิ่งชาร์จขึ้นฐานข้าศึก ได้ผล ฝ่ายเราโดนเต็มๆกระเด็นลอยตกลงไปข้างล่างหนึ่งราย ส่วนที่เหลือก็พยายามยิงเบิกทางขึ้นไปเรื่อยๆ (พื้นที่สู้รบเป็นเนินเขาหญ้าคามองเห็นกันชัดเจน)พอพวกเราเคลื่อนตัวขึ้นเกือบจะถึงที่หมายก็ถูกกระหน่ำยิงด้วยปืนเล็กและ ปรส. ผู้เขียนหันไปถามเพื่อนที่อยู่ด้านหลัง(ลำดวน นัคเรศ จากบ้านดอนหญ้านาง ขอนแก่น)ว่าพวกเราท้ายแถวทำไมไม่มีใคร ก็ได้รับคำตอบว่ามันไม่ลงมาจากเอ้าท์โพสต์ตั้งแต่แรกแล้ว เหลือเราสองคนอยู่ปิดท้ายขบวน ไม่ถึงสองนาที ปรส.จากภูพันเก้าลูกหนึ่งตกลงใกล้ๆที่ลำดวนหมอบอยู่  แต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไร มันเป็นการยิงปิดขบวนไม่ให้พวกเราถอนตัวได้ และก็ยิงถล่มซ้าย-ขวา อยู่อย่างนั้น  ทางด้านปีกขวาก็โดน ปรส. B.40 และ ค.82 จากภูผาไซยิงถล่มแถมด้วย ปตอ.ที่เอามายิงวิถีราบ ได้รับบาดเจ็บหลายราย  เท่ากับเราถูกตรึงอยู่กับที่ ขึ้นก็ไม่ได้ ถอยก็ไม่ได้ คงยิงกันอยู่อย่างนั้น มองขึ้นไปบนเนินที่ข้าศึกยึดอยู่(ประมาณ 100 เมตรเศษๆ)ข้าศึกตัวเล็กๆเครื่องแบบสีซีดๆวิ่งกันขวักไขว่ เสียงระเบิดนานาชนิด ไม่ว่า ปืนใหญ่ ปรส. ค.ขนาดต่างๆ ระเบิดสากกระเบือ ปืนเล็ก ไม่มีทีท่าจะหยุดเสียง  ประมาณ 13.30 น.เสียงคำสั่งทางวิทยุ PRC.25 ที่อยู่บนหลังของผู้เขียนดังขึ้น "ทุกหน่วยถอนตัว" ผู้เขียนถ่ายทอดคำสั่งด้วยวาจาให้คนที่อยู่ข้างหน้าถ่ายทอดต่อกันไปเรื่อยๆ แป๊บเดียวจริงๆพวกข้างหน้าก็วิ่งข้ามหัวผู้เขียนย้อนกลับเอ้าท์โพสต์กันเป็นแถว  เสียงลำดวนตะโกนบอกผู้เขียนที่ยังหมอบอยู่เป็นภาษาอิสาณว่า "บักวีไปถ่าแม้ มึงซิอยู่เอาถุงพลาสติคตี้"(ไอ้วีไปเดี๋ยวนี้มึงจะรอเอาถุงพลาสติคมาใส่ศพมึงรึไง)เท่านั้นแหละผู้เขียนโผลุกขึ้นวิ่งตามพวกพี่ๆที่กำลังถอนตัวกลับสู่เอ้าท์โพสต์ บางคนยังมีอารมณ์ดี  ทั้งวิ่งทั้งหัวเราะ พร้อมพูดแหย่พวกเพื่อนๆ กลายเป็นเรื่องขบขันไปเลย(สมกับคำที่พวกเราพูดกันอยู่เสมอว่า พยัฆค์เกาหลี  ราชสีห์เวียดนาม  เสือคำรามชายแดน  สุดท้ายมาวิ่งหลังแอ่นเป็นหมาในลาว555) เมื่อขึ้นถึงเอ้าท์โพสต์จึงรู้ว่า บก.ร้อย เกือบทั้งหมด  และ มว.ปล.3 บางส่วนไม่ได้เคลื่อนที่ตามเลย มีกำลังพลในส่วน บก.ร้อย สองคนเท่านั้น คือผู้เขียนและลำดวนที่เคลื่อนที่ตาม มว.ปล.1ไป จนถูกยิงตัดขาด  หลังจากถอนตัวและกลับถึงฐานตรวจเช็คยอดกำลังพล บาดเจ็บ 5 นาย สูญหาย 1 นาย คือพี่ทวายจำนามสกุลไม่ได้มาจากปราจีนบุรีทำหน้าที ผบ.หมู่ ปล.ที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหอกเข้าตีถูกกระสุน ปรส.กระเด็นตกลงไปในหุบเขา  ผู้กองพิชยุทธเสียใจมากสั่งให้ค้นหาศพให้เจอ พร้อมกับส่งชุดค้นหาออกตรวจสอบทันที ประมาณ15.00น.ก็พบร่างพี่ทวายนอนหายใจรวยรินอยู่ในหลุมระเบิด เตซาวแปด ชุดค้นหา(นำทีมโดยพี่ลืมหรือพี่นิวัฒน์  พันธ์จันทร์จากพิษณุโลก คู่บัดดี้กับผู้เขียน)นำร่างของพี่ทวายกลับขึ้นมาบนฐาน  ผู้กองพิชยุทธร้องเรียกชื่อพี่ทวายตลอดเวลา  "ไอ้วายอย่าหลับ...อย่าหลับ  พักงวดนี้กูฝากจดหมายไปให้พี่สาวมึงด้วย มึงอย่าตายนะไอ้น้องรัก" ใบหน้าผบ.ร้อยเศร้าหมอง  หยาดน้ำตาไหลเอ่อ  ร้องเรียกชื่ออยู่ตลอด ช่วงที่อยู่บ้านโตนบ้านกล้วยในทุ่งไหหิน ผู้กองพิชยุทธและพี่ทวายเปรียบเสมือนคู่บัดดี้กันเลยช่วยเหลือกันตลอดจนฐานแตก  .....สุดท้ายมัจจุราชก็มาคร่าเอาชีวิตของพี่ทวายไปจนได้  ศพถูกห่อใส่ถุงพลาสติคส่งกลับล่องแจ้งพร้อมกับ ฮ.เที่ยวสุดท้าย  พร้อมกับความมืดและความหนาวเย็นที่คืบคลานเข้ามา  ทุกคนเหนื่อย  เศร้าใจที่สูญเสีย  แต่ทำไงได้เพราะนี่คือสงคราม  สงครามตัวแทนระหว่างมหาอำนาจทั้งสองฝ่าย  อีกอย่างพวกเราก็อาสาสมัครมาเองโดยไม่มีใครบังคับจนได้ชื่อว่าทหารรับจ้าง  แต่พวกเรามักเรียกตัวเองว่า "นักรบรับจ้าง"  วันนี้เอาแค่นี้ก่อน....วันต่อไปจะมาเล่าให้ฟังต่อมีเรื่องสนุกๆปนขำๆ  เรื่องโหดๆอีกเยอะ  ทุกเหตุการณ์ขอรับรองว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ สถานที่  เหตุการณ์  ไม่ได้เสริมแต่งใดๆ  และขอขอบพระคุณท่าน Samphan นายทหารอำนวยการยิง B.A.636 เจ้าของ W.นี้ด้วย
โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 27-05-2009 14:09:37

ความคิดเห็นที่ 5

          ดีใจมาก ครับ    ที่ได้ทราบเหตุการณ์ต่างหน่วย  ต่างตำบล และต่างเวลา  ในสมรภูมิเดียวกัน   ผมอาจจะมีโอกาสดีที่อยู่ในศูนย์อำนวยการยิง  จึงมีเวลาบันทึกอะไรๆ  ไว้บ้าง   เมื่อมีโอกาสก็ได้นำมาเผยแพร่

          เชิญอ่านเรื่องในตับ "คนไทยในพระราชอาณาจักรลาว" ไปเรื่อยๆ  แล้วจะเล่าเหตุการณ์ไว้ท้ายตอนนั้นๆ ก็ดี  ผู้อ่านอื่นๆ จะได้มองภาพได้กว้างขึ้น  ว่าขณะที่ บี.เอ.๖๓๖  ทำอะไร  หน่วยอื่น เขาเป็นอย่างไร

          ขอบคุณและยินดีมากครับที่ได้พบเพื่อนร่วมสมรภูมิในนี้

                                                                                                        ภูสิน


โดย samphan ตอบโดยสมาชิก วันที่ตอบ 06-06-2009 15:51:32

ความคิดเห็นที่ 6

เรียน  หัวหน้าภูสิน

          ผมขอขอบพระคุณที่เปิดโอกาสให้ผมได้มีที่ระบายความในใจที่ค้างคามา 36 ปี  ทุกวันนี้เวลานอนหลับยังฝันเห็นเหตุการณ์ต่างๆ มันเหมือนกับว่าเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อวานนี้เอง  พยายามติดตามหาเพื่อนร่วมรบ(ส่วนมากจะเป็นพวกพี่ๆเพราะผมอายุน้อยที่สุด ตอนนั้นพึ่งย่าง 17 ปี จบ ม.ศ.3 จากน้ำพองศึกษาใหม่ๆ) ประมาณปลายปี15 ผมถูกส่งลงมาที่ บก.สิงหะ(ช่วงนั้น หน.กุมภา หรือ พ.อ.ประเทียบ  เทศวิศาล จาก พล.ปตอ.เป็น ผบ.กกล.ฉก.วีพี ต่อมาท่านเป็น ผบ.พล.ปตอ.ที่เกียกกาย ผมเข้ารับราชการที่ ม.พัน.3รอ. ซึ่งอยู่ตรงข้าม พล.ปตอ.เคยเข้าไปขอเงินค่ารถกลับบ้านจากท่านบ่อยๆ ท่านใจดีมากๆ )เข้าเรียนหลักสูตร C.W.(สื่อสาร)1เดือน และเรียนหลักสูตร ผตน.อีก1เดือน เสร็จแล้วขึ้นไปฝึกการร้องขอปืนใหญ่ที่ฐานกีวี บนเนินซีบร้าใกล้ๆซำทอง ได้เห็นวิถีชีวิตพวกพี่ๆปืนใหญ่  การกินอยู่  การยิงปืนใหญ่ 155 มม.ตามคำร้องขอของ ผตน.ฝึกหัด  ฐานของทหารปืนใหญ่เยี่ยมมากๆ แข็งแรง  ปลอดภัย  โดยเฉพาะหลังคาที่มุงด้วยแผ่นเหล็ก  ต่างจากพวกผมที่ลิบลับ อย่างดีก็ท่อนไม้และกระสอบทราย  ขี้เกียจหน่อยก็ผ้ากันฝน  นอนกลางคืนหนูวิ่งไล่กันบนหลังคาเหมือนกับแข่งกีฬากัน  ใครที่ขี้เกียจอาบน้ำกลางคืนหนูจะแทะนิ้วหัวแม่เท้าเจ็บหน้าดู  ระยะนี้ผมพยายามหาเวลาเพื่อมาเขียนต่อให้ผู้ที่เข้ามาอ่านได้รับรู้เหตุการณ์ในลาวช่วงกลางสงครามจนถึงปลายๆของสงคราม เพราะผมเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อ 10 พ.ย.16 เพื่อมาพักตามปกติ (ผมอยู่ต่ออีก 1 ปี) 21 พ.ย.16จะเดินทางกลับล่องแจ้ง  แต่ปรากฎว่าที่สนามบินน้ำพองไม่มีรายชื่อผมเข้ารายงานตัวทั้งๆที่ผมเข้ารายงานตัวแล้ว ไม่ทราบว่าเป็นเหตุอะไร ผบ.ร้อย 1 (จสอ.สุระศักดิ์  รุ่งแสง) พยามดำเนินการให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้กลับไปอีก เป็นเพราะอะไรผมก็ไม่เข้าใจจนทุกวันนี้ แต่เมื่อผมไปทำบัตรผ่านศึกก็สามารถทำได้ มีรายชื่ออยู่ในสารบบ  ที่เป็นห่วงคือพวกพี่ๆอาสาสมัครอีกหลายท่านที่ยังมีชีวิตอยู่ไม่ได้ไปทำบัตรผ่านศึก  เพราะคิดว่าเป็นเพียงทหารรับจ้างคงไม่มีสิทธิ์  ก็เลยเสียโอกาส  เสียสิทธิ์ต่างๆ ไม่ว่าจะค่ารักษาพยาบาล ตัวเอง ภรรยา บุตร พ่อและแม่ ค่าเล่าเรียนของตัวเองจนถึงขั้นปริญญา  ทุนเล่าเรียนของบุตร ทุนในการประกอบอาชีพ  เงินช่วยเหลือจากการประสพอุบัติภัย  เงินยังชีพชั่วคราวเช่นเดินทางไปต่างจังหวัดเงินค่ารถไม่พอก็สามารถไปขอเบิกจากสำนักงานทหารผ่านศึกที่อยู่ใกล้ที่สุดได้เป็นต้น  ปัจจุบันผมรับราชการในหน่วยงานของกรมชลประทาน  และเป็นผู้จัดรายการทางสถานีวิทยุก็ได้ประชาสัมพันธ์ให้นักรบรับจ้างรวมถึงผู้ที่เคยไปราชการชายแดน(ในช่วง 19-21 ผมได้ไปราชการที่อ.เชียงกลาง จ.น่าน สังกัด พัน.ม.113 ร้อย ม.2 พล.ม.สน. เคยอยู่ฐานขุนน้ำพริก ป่ารวก อ.เชียงกลาง  และบ้านน้ำมวบ อ.สา จ.น่าน)ได้รับทราบถึงสิทธิต่างๆของตัวเองอยู่เสมอ  ผมอยากสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมนักรบนิรนาม333 ติดต่อหลายครั้งก็ยังไม่ได้เรื่องคืบหน้าเลย หัวหน้าภูสินพอจะมีทางให้หรือไม่  ขอขบพระคุณล่วงหน้ามา ณ ที่นี่ด้วย

 


โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 08-06-2009 10:56:21

ความคิดเห็นที่ 7

ขอต่ออีกหน่อยก่อนจะจากเนิน1516.........หลังจากภาระกิจเข้าตีเนิน1516เมื่อ13ต.ค.15ไม่บรรลุผล  พวกเราก็มานอนเลียแผล ช่วงบ่ายวันที่ 14 ต.ค.15 ฮ.ได้นำ สป.พิเศษขึ้นมาส่งอีก มี เบียร์กระป๋องตราเสือกับต้นมะพร้าว  ขนมปัง นมข้น  และบุหรี่สไลด์ของลาวเพิ่มมาอีกคนละตุ๊ด(10ซอง) ตกเย็นมีการทำความสะอาดอาวุธประจำกายและประจำหน่วย  ทราบว่าภาระกิจที่หมายเดิม  แต่เปลี่ยนเวลาเป็น 06.00 น. คืนนั้นพี่ลืมหรือพี่นิวัฒน์ พันธุ์จันทร์คู่บั๊ดดี้นั่งปลุกพระจนผู้เขียนนอนหลับคล้ายๆเคลิ้มประมาณตีสองเศษๆปรากฎว่ามีผู้หญิงสองคนนุ่งชุดคล้ายๆชุดไทยห่มสะไบเฉียงสีขาวทั้งคู่ยืนอยู่บนคูเรทหน้าเบิร์มที่นอนอยู่มีกลิ่นหอมอ่อนๆโชยมาสามารถมองเห็นใบหน้าและรูปร่างชัดเจนเพราะแสงเดือนส่องพอดี ทั้งสองท่านกล่าวว่าให้รีบย้ายออกจากที่นอนเดี๋ยวนี้ เพราะตรงนี้ไม่ใช่ที่ของพวกท่าน ผู้เขียนสะดุ้งผุดลุกขึ้นนั่งสองร่างหายไป เลยบอกให้พี่ลืมทราบซึ่งพี่ลืมในขณะนั้นยังนั่งปลุกพระอยู่  พอพี่ลืมทราบเท่านั้นรีบคว้า M16และสายMagมุดออกจากเบิร์มทันทีและหันมาบอกผู้เขียนว่าไปไอ้วีแม่มึงมาเตือนแล้ว  ผู้เขียนรีบคว้า M16 สาย Mag และวิทยุ PRC-25 มุดตามพี่ลืมออกมาแล้วรีบเดินตามคูเรทไปยังเบิร์ม ผบ.ร้อย ซึ่งอยู่ถัดไปสองหลุม ยังไม่ถึงเบิร์ม ผบ.ร้อย ดี เสียงดังแว๊ดแสบแก้วหูพร้อมเปลวไฟสีแดงอมม่วงยาวประมาณเกือบเมตร(คล้ายผีพุ่งใต้)พุ่งจากรอยต่อระหว่างฐาน บก.พันและฐานของเราพุ่งใส่เบิร์มที่ผู้เขียนเพิ่งมุดออกมาพร้อมเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว  กลิ่นดินระเบิดเหม็นคละคลุ้ง เสียงบรรดา ทสพ.สอบถามกันให้วุ่นวาย โกลาหล มีเสียงร้องถามว่าไอ้ลืมกับไอ้วีรอดไหม  พี่ลืมตะโกนสวนทันทีว่านักรบปีสามตายยากโว้ย(พี่แกอยู่มาสามปีแล้ว)ยังไม่ได้โฉนดล่องแจ้งเลย เสียงฮาตรึมเลย ในยามหน้าสิ่วหน้าขวานบางครั้งพวกเราก็พยามทำตัวให้สนุกสนาน  ไม่เครียด   ประมาณ 03.30 น. เสียงตึงหนักๆดังขึ้นสักพักก็ได้ยินเสียงแชตๆพร้อมเสียงระเบิดบนเนิน 1516 นั่นเป็นสัญญาณการเคลื่อนตัวสู่ที่หมายของพวเรา  โดยการยิงเคลียร์ของ ป.155 มม.จากฐานเมอคิวรี่ที่ล่องแจ้งและจากฐานแคนเดิ้ลบนสันสกายไลน์  มว.ปล.2เป็นหัวหอกเข้าตีปีกซ้าย มว.ปล.1สนับสนุน  ส่วนปีกขวา มว.ปล.3เป็นชุดนำ บก.ร้อยและ มว.อวน.สนับสนุน เคลื่อนตัวออกจากฐานมุ่งสู่เอ้าท์โพสที่กำหนดเป็นแนวออกตี อาศัยแสงจันทร์ที่กำลังจะลับสันเนินฉลามเป็นแสงนำทาง  ส่วนปืนใหญ่ทั้งสองฐานก็ระดมยิงถี่ขึ้นเรื่อยๆ (ดูจากรูปการณ์แล้วตรงนั้นไม่น่าที่มนุษย์จะสามารถอยู่ได้เพราะแรงระเบิดครอบคลุมหมด) พอแสงจันทร์ลับสันเนินฉลามบนท้องฟ้าก็สว่างไปด้วยแฟร์ที่ยิงสนับสนุนจาก ค.4.2 โดย มว.อวน. จากฐาน DR.บนเนินฉลาม ไม่ถึง 5 นาทีเสียงอาวุธนานาชนิดจากฝ่ายข้าศึกก็เริ่มเปิดฉากขึ้นเพราะเนิน1516เป็นเนินหญ้าคาสูงไม่เกินหัวเข่าสามารถตรวจการณ์เห็นความเคลื่อนไหวของฝ่ายเราได้โดยมีแสงแฟร์บนฟ้าช่วย  ที่นี้เสียงอาวุธนานาชนิดดังประสานกันไม่รู้ว่าใครเป็นใคร  เสียงปืนใหญ่หยุดยิง  แต่ ค.4.2ยังคงยิงแฟร์อยู่ตลอด  การเคลื่อนตัวหยุดชงัก ผู้กองพิชยุทธสั่งให้ผู้เขียนวิทยุสอบถามสถานการณ์จาก มว.ปล.ที่ 3 เรียกวิทยุไปสองสามครั้งไม่มีเสียงตอบกลับ ผู้กองฯเลยบ่นขึ้นว่าไอ้วิทยุหมวดสามไม่ใช่แม่งมันตายแล้วหรือเสียงตอบกลับทันทีทันใดผมยังอยู่ ชัดเจนมากไม่ใช่เสียงออกมาจากวิทยุ ที่ไหนได้พวกนอนหมอบอยู่ข้างๆผู้เขียนนี่เอง ผู้กองฯเลยเอ็ดเอาว่ามึงทำไมมาอยู่ตรงนี้ คำตอบคือผมตามไม่ทันเพื่อน  เสร็จกันการติดต่อสื่อสารกับ มว.ปล.3 ที่เป็นหน่วยนำเข้าตีไม่สามารถติดต่อกันได้ สถานการณ์การสู้รบเลยไม่รู้  ทุกคนเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่เคลื่อนไหวไปข้างหน้าก็ไม่ได้เพราะอำนาจการยิงของข้าศึกที่หนักหน่วงและรุนแรงกว่า พวกเราเสียเปรียบที่อยู่ต่ำกว่าและเครื่องบินไม่สามารถช่วยเหลือได้  การสู้รบดำเนินไปจนประมาณ 10.00 น.ก็ได้รับคำสั่งให้ถอนตัวก่อน 10.20 น. หลังจากที่ถอนตัวอย่างรีบเร่ง เสียงระเบิดจากกระสุนปืนใหญ่ก็เริ่มระบิดขึ้นบนเนิน1516และรอบๆถี่ยิบ  บนฟ้าเตซาวแปดเกาะหมู่4ลำเสียงดังกระหึ่มมุ่งสู่ที่หมาย  พวกเราขึ้นสู้เอ้าท์โพสเรียบร้อยตรวจสอบความสูญเสียพร้อมกับดูการถล่มเนิน1516ไปด้วย ผลสูญหาย 3 นาย คือ ผบ.มว.ปล.3 และ ทสพ.รุ่นพี่อีก2นาย ผู้กองฯสั่งให้ชุดค้นหาเตรียมออกค้นหาหลังจากปืนใหญ่และเครื่องบินหยุดปฏิบัติการณ์  ประมาณ 12.00 น.ทุกอย่างก็เงียบสงบ ชุดค้นหาเริ่มออกทำงาน  กำลังพลส่วนที่เหลือเคลื่อนตัวกลับฐานที่มั่น จากการค้นหาพบเพียงหมวกเหล็กของผบ.มว.ปล.3ที่มีรอยฉีกขาดด้านขวาจากแรงระเบิด ในหมวกเหล็กมีผ้ายันต์และรูปภาพครอบครัวอยู่ด้วย  ส่วนร่างของทั้งสามท่านไม่พบ   หลังจากภาระกิจล้มเหลว(ไม่ใช่สิเพราะแท้จริงแล้วเป็นการเข้าตีหยั่งกำลังข้าศึกเท่านั้นเอง) ก็ไม่มีการปะทะกัน มีเพียงการยิงรบกวนหรือจะเรียกว่าทักทายก็ได้จากปืนใหญ่130มม.จากแถวๆสนามบินบ้านนา เช้า5นัด กลางวัน5นัดและเย็น5นัดเป็นเช่นนี้ทุกวัน บางคืนก็มีการยิงด้วย B40 และ ปรส.57 ค.82 บ้าง จนถึงประมาณวันที่ 9 ธ.ค.15 ชุด ลว.ของ ร้อย ปล.ที่2แจ้งให้พวกเราทราบว่าพบศพผู้ที่เสียชีวิตทั้งสามแล้ว  สภาพศพแห้งไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า พวกเราจัดการส่งศพทั้งสามกลับล่องแจ้งด้วยการใส่ในถุงพลาสติคหกหู และยืนทำความเคารพในคูเรทในขณะที่ ฮ.กำลังบินนำศพกลับล่องแจ้ง  ก่อนสิ้นปี15ประมาณวันที่ 29 ธ.ค.15   B.C.604A ก็ขึ้นมาสับเปลี่ยน B.C.603A โดยพวกเราถูกลำเลียงด้วย ชินุ๊ค ไปอยู่ที่สันสกายไลน์ โดย ร้อย ปล.ที่1 อยู่ที่ CW ซึ่งเป็นฐานที่มุงด้วยแผ่นเหล็กและทับด้วยกระสอบทราย กลางฐานเป็นที่ตั้งของเครื่อง X-RAY BECON เป็นเครื่องสำหรับส่งข้อมูล รายละเอียดต่างๆให้แก่เครื่องบินที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ในทุ่งไหหินและเวียตนามเหนือ  พวกเราทั้งหมดอยู่ที่สกายไลน์จนถึงวันประกาศสงบศึก คือ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2516 เวลา 08.00 น. จึงได้เคลื่อนย้ายไปอยู่ที่ภูพันเก้า   สำหรับเหตุการณ์ด้านภูผาไซและเนิน1516 ก็คงจะจบเท่านี้  และขอขอบคุณท่านหัวหน้าภูสินมา ณ ที่นี้ด้วย  ขอบคุณอย่างสูง.........

 


โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 17-06-2009 11:53:17

ความคิดเห็นที่ 8

          ครับ . . .  อย่างที่ผมได้เล่าไว้ในเรื่อง  ว่า  ช่วง  ๑  พ.ค. - ๓๑ ต.ค.๑๕  ผมมาราชการศึกษาต่อ  กลับไป อยู่ในกองทัพพระราชอาณาจักรลาวอีกครั้ง  ตั้งแต่  ๑ พ.ย. ๑๕ - ๓๑ ม.ค. ๑๖  แต่ก็อยู่ที่  บก.กกล.ฉก.วีพี.  และอยู่กองกำลังพลเสียอีก   ไม่ได้อยู่ในแนวฯ    เลยไม่มีข้อมูลมาคุยกัน   ท่านมีข้อมูลคุยไว้ก็ดีครับ  ท่านที่สนใจจะได้ทราบเรื่องได้สมบูรณ์ขึ้น     เรื่องความปลอดภัยในที่ตั้งยิงปืนใหญ่นั้น  เพราะเราไม่ค่อยเปลี่ยนที่ตั้งยิง  แต่เมื่อแรกเข้าที่ตั้งยิงก็ต้องล่อกันโล่งๆ แหมือนกันครับ    อย่างที่ผมว่าไว้ในตอน "ยิงปินใหญ่ให้ได้ก่อน" นั่นแหละครับ

          เรื่องสมัครสมาชิกสมาคมนักรบนิรนาม ๓๓๓   นั้นผมมีสูจิบัตร  งานสังสรรค์  เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๗  (ผมไม่ได้ไปร่วมงาน  มีผู้เอามาให้เมื่อ ปี ๑๘)        สมาคมฯ มีที่ตั้ง  อยู่ที่  เลขที่  ๖๕/๖  แจ้งวัฒนะซอย  ๑   ถนนแจ้งวัฒนะ  แขวงตลาดบางเขน  เขตหลักสี่  กทม.  ลองติดต่อดูนะครับ  (ผมก็ยังไม่ได้เป็นสมาชิกเหมือนกัน)

          ท่านทำกิจกรรมเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว ก็ช่วยกันเผยแพร่ข่าวสาร  ตารมแต่โอกาสจะอำนวยก็ดีครับ    ผมอยากแวะมาเยี่ยม แลคุยกันจังเลย    หากไม่เป็นการรบกวนช่วยบอกรายละเอียดด้วยนะครับ

          วันนี้เท่านี้ก่อน   ดีใจจริงๆ  ครับ

                                                                          ภูสิน

         


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 17-06-2009 21:03:32

ความคิดเห็นที่ 9

เรียน  หัวหน้าภูสิน

          ในช่วงปลายปี2515ไม่ทราบว่าท่านเป็นหนึ่งในทีมครูสอนหลักสูตร ผตน.ของ บก.สิงหะหรือไม่ เพราะว่าผมได้ถูกส่งตัวลงมาเรียน ผตน.ที่ บก.สิงหะ ตกเย็นเมาทุกวัน  เพราะว่าก่อนหน้านั้นอยู่แต่บนฐานไม่มีโอกาสที่จะได้ลิ้มรสตาแป๊ะสามเซียนเลย  บางคืนเมาหนักหลับอยู่ที่บ้านแม้วหน้าสนาม ฮ. ซึ่งเป็นบ้านภรรยาของพี่ผู้ช่วยนายสิบส่งกำลังบำรุงของ B.C.603A  พี่แกอยู่หลายปีจนได้ภรรยาเป็นชาวแม้วสวยมากๆ ขายอาหารที่หน้าสนาม ฮ.นั่นเอง เงินไทยไม่รั่วไหลไปไหน เช้าเข้าห้องเรียนที่ บก.สิงหะ (ช่วงนั้น หน.กุมภา เป็น ผบ.กกล.333 ฉก.วีพี)มีอาการแฮงค์พี่ที่เป็นสูตกรรม(อวบๆออกกระเทย)จะเอากาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลมาให้ดื่มทุกวัน  และชักชวนให้ไปเล่นด้วยที่ที่พักของแกในช่วงตอนเย็น  กลัวใจพี่เขา(ย้ำกลัวจริงๆเลยไม่กล้าไป ผมยังเด็กมากอายุแค่ 17 ปีกว่าๆเท่านั้น) ครูสอนหลักสูตร ผตน.ส่วนใหญ่มาจาก ศป.ลพบุรี ตอนเด็กๆผมยังไม่ได้ย้ายมาจาก ศร. (บ้านพักอยู่ที่สี่แยกเอราวัณ) เสาร์-อาทิตย์ พากันไปเที่ยวเล่นที่ ศป.เป็นประจำ.........


โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 18-06-2009 09:23:51

ความคิดเห็นที่ 10

          เมื่ออยู่ในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว    เขาเรียกผมว่าหัวหน้า  เดี๋ยวนี้ ผมไม่ได้อยู่ และเป็นทหารกปงหนุนผ่านศึก  เราเป็นเพื่อนร่วมสมรภูมิกัน   เรียกผมอย่างอื่นเถอะครับ   อย่าเรียกหัวหน้าเลย  ขอร้องเถอะ  เข้าคูหาเลือกตั้งเราก็คนละ ๑ เสียงเท่ากัน  นะครับนะ

          ผมกลับเมื่อ  ๓๑  ม.ค.๑๖   ท่านให้พักทำเรื่องธุรการ  ๒  สัปดาห์  ทบ.ก็บรรจุเข้ารับราชการในหน่วยเดิม    เลยไม่ได้เห็นบรรยากาศหลังการหยุดยิง   ได้ทราบ  ได้เห็น  ได้ยินอะไร  เล่าไว้ก็ดีนะครับ   ผมว่าน่าจะมีเรื่องสนุกๆ  แปลกๆ  หรืออะไรที่เป็นแง่คิด  หรือคติได้  ลองดูนะครับ  ผมจะพยายามให้ ภูแก้ว  ซึ่งอยู่ต่ออีกปีหนึ่ง  เล่าให้ฟัง  และมาถ่ายทอดต่อ  (ถ้ามีข้อมูลนะครับ)

          ดีแล้วครับที่ปลอดภัยกลับมารับราชการสนองพระเดชพระคุณบ้านเกิดเมืองนอน  "แผ่นดินนนนนน  ของลาวววว      ย่อมเป็นนนน  ของลาววว  อยู่ดี"   นะครับ 

                                                                         อยากพบและคุยด้วยจริงๆ นะครับ

                                                                                                                 ภูสิน

         


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 19-06-2009 18:25:50

ความคิดเห็นที่ 11

อ้อ เพิ่งทราบว่ามีการออกความคิดเห็นกันตรนี้  ดีจริงๆครับ   ผมเองก็เคยไปรบอยู่ที่เมืองโล่งแจ้งเหมือนกัน  อายุ 16 ปี กว่าๆเอง (ในตอนนั้น)  ฝึกที่ค่ายน้ำพองครับ รุ่น TG39  อยากคุยกับอดีผู้บังคับบัญชา และพวกเสือพรานรุ่นพี่ๆทุกคน  เสือพรานไม่ว่ากันนะครับถ้าพิมพ์ผิดๆถูกๆบ้าง  อยู่ BC605A และ BC603B สองภารกิจ
โดย Combat TG39 วันที่ตอบ 01-09-2009 18:08:14

ความคิดเห็นที่ 12

ดีใจมากที่เจอนักรบรับจ้างอีกท่านหนึ่ง  ยิ่งรู้ว่าเคยอยู่ B.C.603Bด้วยยิ่งดีใจมากๆ  ผมอยู่ B.C.603A และB.C.603B ร้อย 1 ทำหน้าที่พนักงานวิทยุประจำกองร้อย  ไม่ทราบว่าท่านอยู่กองร้อยที่เท่าไหร่  อยากคุยด้วยจริงๆ ถ้ามีเวลาว่างโทรคุยกันหน่อยที่ 081-0589497 อ้อผมฝึกที่น้ำพอง T.G.16 กองเกินรุ่นแรก
โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 01-09-2009 19:53:56

ความคิดเห็นที่ 13

ในช่วงประมาณเดือนธันวาคม 2515 ตอนที่พวกเรายังอยู่ที่เนิน 1516 เมื่อเราหันหน้าไปทางภูผาไซ ด้านซ้ายมือเป็นภูพันเก้า  ด้านขวามือเป็นเนินเขาที่ลาดลงมาจากภูผาไซ(ลืมชื่อเนิน)เป็นที่ตั้งของ B.C.605A ในช่วงเช้าวันหนึ่งของเดือนธันวาคม 2515 หมอกกำลังจางก็เกิดการปะทะกันขึ้นที่ตรงนั้น จากการสังเกตุการณ์ด้วยตาเปล่าและจากกล้องสองตา  เห็นข้าศึกจำนวนมากกำลังบุกขึ้นตีฐานของ B.C.605A พวกเราที่อยู่บนเนิน 1516 ได้แต่ใช้ M.60 ค.81ม.ม. ปรส.75 ม.ม.ยิงช่วย แต่ไม่ได้ผลเพราะระยะไกลกว่าวิถีกระสุน ยังดีที่มี ป.155 ม.ม.จากฐานแคนเดิ้ล บนสกายไลน์ยิงสนับสนุน ส่วนฝ่ายข้าศึกได้รับการยิงสบับสนุนจากอาวุธนานาชนิดบนภูผาไซ วันนั้นการสู้รบยุติประมาณ เวลา 11.00 น. ผมวิทยุไปถามพี่พนักงานวิทยุของ B.C.605A ซึ่งคุ้นเคยกันว่าพวกเราเป็นอย่างไรบ้างด้วยความห่วงใย คำตอบคือสบายมาก พวกมันไม่ได้แอ้มหรอกไอ้น้อง (พวกพนักงานวิทยุของแต่ละหน่วยจะมีการติดต่อสื่อสารกันในช่วงกลางคืน  โดยจะจูนเครื่อง PRC.25 ไปที่ช่องพิเศษที่พวกเรากำหนดกันไว้  รู้เฉพาะพวกเราเท่านั้น คุยกัน แลกเปลี่ยนความคิด และหลายๆเรื่อง  แต่ละคนก็จะมีฉายาเฉพาะของแต่ละคน เช่นงูเขียวคือพี่หวั่น บุญเขียว พงว. B.C.603Aร้อย 2 กระต่ายน้อยคือผู้เขียน พงว.B.C.603Aร้อย 1 จันทร์เจ้าคือพี่ พงว.B.C.605Aไม่แน่ใจใช่หรือไม่ และอีกหลายคนจำไม่ได้เพราะนานมาก )หลังจบภาระกิจเคยเจอกันบ้างเป็นบางครั้ง จำได้ว่าเมื่อปี 2517-18 ผมไปทำงานที่เขื่อนเจ้าเณร กาญจนบุรี ได้เจอพี่โก๋ และพี่มานะ ไทรบุรี แห่ง B.C.605A โดยเฉพาะพี่มานะฯเข้าทำงานและพักห้องเดียวกันกับผม แต่ปัจจุบันไม่ทราบว่าทั้งสองเป็นอย่างไร  ดีใจมากๆ ที่รู้ว่าคุณCOMBAT เคยอยู่สังกัดเดียวกันอย่าลืมโทรคุยกันบ้าง ที่081-0589497 และขอฝากความคิดถึงไปยังท่านภูสินด้วยขอให้สุขภาพแข็งแรง  ได้ยินว่าช่วงนี้ท่านกำลังเขียนเหตุการณ์ต่างๆเตรียมลงให้พวกเราได้อ่านอีก  ก็ขออย่าได้หักโหมมากนัก.... 
โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 02-09-2009 10:47:34

ความคิดเห็นที่ 14

                                                   ***บำเหน็จชีวิต***

      เลือดสีแดงรินอาบปนคราบเหงื่อ      เห็นจนเบื่อกลางดงสงครามบ้า

เสียงโอดโอยโหยครางกลางพนา          รอ ฮ. มาเพื่อรับกลับหลังแนว

    เพื่อนบางคนค้นหาแขนขาเพื่อน       ระเบิดเฉือนเหลือเพียงเสียงที่แผ่ว

ประกายตากล้าตายฉายวาวแวว            หลายคนแล้วลาลับไปกับมัน

     สถานการณ์ผ่านกรำจำเจนัก            เลือดเพื่อรักษ์แผ่นดินถิ่นเนาว์ขวัญ

เข้มและข้นหลั่งโทรมหลังโรมรัน          แสงสีสรรยั่วใจไม่เคยยล

    แม้กระนั้นยังเคยถูกเย้ยเยาะ             คงเป็นเพราะอยู่ไพรไร้เหตุผล

ห่างจากจุดช่องว่างระหว่างชน             สิ่งที่ตนมุ่งหวังพ่ายพังภินท์

    คนเคยคอยกูลเกื้อเอื้อจิตต์เมตต์         ยังตัดเศษไมตรีที่มีสิ้น

โอ้...บำเหน็จแทนค่าล้าชีวิน                 หาพ้นกลิ่นสาบเสื้อของ...เสือพราน

    หยาดโลหิตแห้งกรังแล้วครั้งนี้          พร้อมกับชีวิตหยุดซึ่งจุดกร้าน

แสวงหาแหล่งหลักพักดวงมาลย์             กายพิการเช่นเรา...ใครเขามอง......

...บำเหน็จชีวิต .... เขียนโดย พนักงานวิทยุท่านหนึ่ง (จำสังกัดไม่ได้) ซึ่งในช่วงปลายปี 2515  พวกเรา (หมายถึงพนักงานวิทยุแต่ละกองร้อยทุก B.C.และ B.A.) ที่อยู่ในพื้นที่ ฉ.ก.วีพี ถูกส่งไปเรียนหลักสูตร C.W. ที่ COMMO PARU  บก.สิงหะ ตกเย็นพากันสังสรรค์ตามแต่โอกาส   พอได้ดีกรีก็มีการร่ายกลอนกันสดๆ ผมมีหน้าที่เป็นคนบันทึก เพราะว่าเป็นน้องเล็ก  ปัจจุบันหาต้นฉบับไม่เจอ  แต่มันถูกบันทึกไว้ในสมองของผมมิมีวันลืม  ทุกสิ่งทุกอย่างถูกถ่ายทอดอยู่ในบทกลอนดังกล่าว ....สำหรับคุณ COMBAT TG.39 เงียบเลย อยากโทรคุยด้วย โชว์เบอร์หรือโทร. ที่ 081 - 0589497 ด้วย


โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 07-09-2009 11:32:32

ความคิดเห็นที่ 15

 ดีใจมากครับที่ "คนไทยในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว" คุยมาอีกคนหนึ่ง 

เมื่อกี้ก็คุยกับท่านหนึ่งท่านเป็นนายพลในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว  (ในตอนดอกป๊อป*** และแตรนอน)

นี่ อีก ๒ เดือนกว่าๆ ก็รบใหญ่ที่ทุ่งไหหินแล้วนะครับ   อยากแนะนำพวกเราให้บำเพ็ญกุศลให้เพื่อนร่วมรบที่เสียชีวิตทุกฝ่ายทุกคน  ขอให้เป็นสุขสงบ อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลยนะครับ

                                                               ภูสิน


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 22-09-2009 20:52:48

ความคิดเห็นที่ 16

วันนี้ ณ เวลานี้ เมื่อปี2515 พวกเราทั้งสามกองร้อย ของ B.C.603A กำลังถอนตัวจากพื้นที่สู้รบที่ถ้ำตำลึงเชิงเขาภูผาไซ แบบทุลักทุเลโดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิต  และผู้บาดเจ็บ  ฝนตกพรำๆ หิว เหนื่อย เพลีย พยายามขึ้นสู่เนิน 1516 ให้เร็วที่สุด เพราะว่ามีอาหารรออยู่  ฝ่ายข้าศึกก็ระดมยิงมาทุกทิศทุกทาง  37 ปีแล้วเหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ในความทรงจำมิลืมเลือน  เมื่อเช้าก็ได้ทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนๆ พี่ๆทีเสียชีวิตจากการสู้รบที่ถ้ำตำลึง รวมไปถึงเนิน1516 และทุกสมรภูมิในเขตพื้นที่ ฉก.วีพี  ที่พวกเรา B.C.603 B.C.603A และB.C603B เหยียบย่างกายเข้าไปปกปักษ์รักษา และสูญเสียชีวิต ณ.ตรงนั้น  ขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ ที่อุทิศชีวิตจงไปสู่สงบสุขด้วยเทอญ  วีรกรรมที่พวกท่านสร้างไว้ พวกเรายังจำฝังใจมิลืมเลือน  ถึงแม้ว่าจะไม่มีการบันทึก  หรือสร้างอนุสาวรีย์เชิดชูเกียรติให้ก็ตาม  แต่พวกเราก็ยังภูมิใจในภารกิจที่พวกเราได้ปฏิบัติ....
โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 08-10-2009 11:27:47

ความคิดเห็นที่ 17

          ครับ    ไม่ใช่จะภูมิใจเฉพาะผู้ที่ผ่านสถานการณ์นั้นมาแล้ว  เท่านั้น    ผู้ที่ชื่นชมพวกเราก็มีอีกครับ  มีนายพลลาวท่านหนึ่งคุยมาในตอน ดอกป๊อป***และแตรนอน  ไม่บอกว่าท่านคุยและแสดงความรู้สึกอย่างไร   ต้องอ่านเองนะครับ   

          ก็ช่วยประชาสัมพันธ์กันไปก็ดีครับ   พวกเราที่พบเห็นก็จะได้มีที่คุยกัน    ผมไม่ได้เป็นสมาชิกสมาคมนักรบนิรนาม ๓๓๓   เพราะเคยถามถึงกิจกรรม  ก็ไม่มีอะไร  สงกรานต์ก็รดน้ำผู้ใหญ่    แต่ที่จะทำอะไรให้เป็นสาระ  เช่น เรื่องการค้นหาศพเพื่อนที่ตกค้างในพื้นที่การรบต่างๆ  เป็นต้น  ไม่ทราบว่าท่านได้เคยคิดกันหรือไม่     เรื่องนี้จะหวังพึ่งกองทัพบกไม่ได้  เพราะกองทัพบกไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องของคนไทยในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว    ต้องเป็นกิจขององค์กรเอกชน  อย่างที่ผมเคยแสดงความเห็นไปแล้ว     ปัจจุบันท่านผู้ใหญ่ในสมาคมฯ ก็ร่วงโรยไปตามกาล  แต่ท่านยังคงมีบารมีอยู่อย่างมาก  หากท่านออกปาก  ผมว่า จะมีผู้ร่วมมือ และสนับสนุนมาก

          พวกเราท่านใดมีความคิด อย่างไรก็คุยกันไว้ (ในนี้ก็ได้)   เวลาต้องการจะได้รวบรวมได้เลยก็ดีนะครับ

                                                                                                                                                    ภูสิน 

           


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 08-10-2009 17:18:08

ความคิดเห็นที่ 18

ผมขออนุญาตถอดประสบการณ์ อดีตทหารปืนใหญ่บนเนินสกายไลน์ เพื่อมาร่วมแลกเปลี่ยนได้ไหมครับ ตัวเขาเองเขียนหนังสือไม่ได้ (ไม่เก่ง)แต่จากที่นั่งคุยกัน เขาเล่าเหตุการ์ได้ละเอียดมาก มีข้อมูลเยอะมากใกล้เคียงกับที่หลายท่านเล่ามา บางทีขณะเล่าเขาซึมไปเป็นพักๆ เขาบอกว่าเขาโชคดีมากที่เป็นทหารปืนใหญ่จึงรอดตายกลับมาอย่างหวุดหวิด แต่เพื่อนๆทหารราบของเขาตายเกือบหมด โดยเฉพาะวันที่เวียตกงบุกยึดเนินสกายไลน์1
โดย คนดงมูล วันที่ตอบ 17-10-2009 21:14:24

ความคิดเห็นที่ 19

          ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ  ทราบว่าเป็น  "ทหารปืนใหญ่ ๑๕๕  บนสกายไลน์"  ไม่ทราบว่าท่านอยู่ช่วงไหน   หากถูกข้าศึกบุกบนเนินสกายไลน์ ๑  น่าจะเป็นช่วงก่อนหยุดยิง  ถามท่าน มาเล่าสู่กันนะครับ  

          อย่าให้ความจริงส่วนหนึ่งสูญสลายไปเลย   ช่วยกันต่อภาพเล็กๆ  ยิ่งได้มากเท่าใด  ก็จะได้ภาพใหญ่ที่สมบูรณ์มากขึ้น  นะครับ

                                                                                                                                        ภูสิน


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 28-10-2009 20:02:42

ความคิดเห็นที่ 20

ขอแถมสักนิด  ในช่วงที่เราอยู่เนิน 1516 วันหนึ่งช่วงบ่ายมีข่าวด่วนส่งจาก บก.ส่วนหลัง แจ้งว่า มี MIG 17ของข้าศึกจำนวน 2 ลำ บินมุ่งตรงมาทางภูผาไซ พวกเรารีบโดดลงคูเรทกันจ้าละหวั่น  สักพักก็มี F4 สองลำ และF105 สองลำ บินมุ่งตรงมาจากล่องแจ้ง  แล้วบินผ่านฐานพวกเราไปทางสนามบินบ้านนา ไม่นานส่วนหลังแจ้งมาว่าเครื่องบินข้าศึกถูกเครื่องบินฝ่ายเราไล่ยิงและบินหนีผ่านทุ่งไหหินมุ่งไปทางซำเหนือแล้ว โล่งอกไปที แต่ก็ทำให้พวกเราขวัญผวาได้เหมือนกัน  ปรากฎว่าระยะหลังๆ MIG17 ของข้าศึกมักจะบินมาปรากฎกายเลยขอบชายทุ่งไหหินเป็นประจำ ไม่ว่าจะแถวๆ ภูล่องมาศ และภูผาไซ ซึ้งบินลึกเข้ามาในเขตยึดครองของฝ่ายเรา  แต่ก็ถูก F4 และ F105 ไล่ยิงเป็นประจำ.... เหลืออีกไม่กี่วันแล้วก็จะถึงวันที่พวกเราสูญเสียกำลังพลในการรบที่ไม่มีวันจะลืมลงได้ ที่ยุทธภูมิที่โหดที่สุดในชีวิตที่ประสพมา นั่นคือ ทุ่งไหหิน ซึ่งข้าศึกเริ่มต่อตีต่อพวกเราเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2514 และเริ่มขั้นแตกหักจากวันที่ 17 - 19 ธันวาคม 2514 ทุกที่มั่นก็ต้องแตกสลาย พร้อมกับชีวิตเพื่อน พี่ๆ ที่เคยกอดคอร่วมตายกันมา ขอไว้อาลัยต่อผู้สูญเสียในครั้งนั้นมา ณ ที่นี่ด้วย และอยากจะเชิญชวนเหล่านักรบผู้กล้าที่ยังมีชีวิตอยู่ทำบุญ ตักบาตร อุทิศส่วนกุศลให้เหล่าผู้กล้าของพวกเราด้วยในวันที่ 19 ธันวาคม 2552นี้ด้วย ส่วนผู้เขียนทำบุญอุทิศให้ท่านเหล่านั้นทุกปีอยู่เสมอ...


โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 27-11-2009 11:39:37

ความคิดเห็นที่ 21

          ดีครับ   

          ไหนๆ ก็อุทิศส่วนกุศลให้พวกเราแล้ว   หากจะเผื่อแผ่ให้แก่ทุกฝ่าย ทุกท่าน  และขออย่าได้มีเวรแก่กันและกันต่อไป     ก็จะเป็นกุศลแก่ผู้ทำ

ยิ่งๆ ขึ้นไป  นะครับผมว่า

                                                                                                          ภูสิน 


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 27-11-2009 20:40:25

ความคิดเห็นที่ 22

นานๆผมจะมีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอดีตผู้บังคับบัญชา....ท่านนักรบรุ่นพี่และเพื่อนๆนักรบจูเนียร์...........ได้อ่านข้อความที่เป็นความหลังเรื่องจริงของพวกเราเหล่านักรบนิรนามเดนตายทุกท่าน ณ Web แห่งนี้........ในรุ่นนักรบรุ่นเยาว์ฝึกทหารเสือพรานค่ายที่น้ำพองรุ่น TG39 ปี 2515 ฉายาขณะฝึกว่า " COMBAT" ข้ามไปรบเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2515 ประจำสมรภูมิล่องแจ้ง......ที่ BC605A......ในตำแหน่ง พนักงานวิทยุบก.ร้อย 3 บนฐาน DJ.....ผบ.พันคือ พันเอกสวัสดิ์ ทองเผือก รองผบ.พัน ร้อยเอกณรงค์.......ผบ.ร้อย 3 คือ จ.ส.อ. วีระ ศุภผุชต์........เพื่อนๆผมที่เสียชีวิตอยู่ ณ สมรภูมิที่ลาวเป็นนักรบรุ่นเยาว์ (ทหารกองเกิน) เสียชีวิตดังนี้ครับ บิลลี่ บขส. หรือ บุญส่ง จำปากุล (ใหญ่).......ถูกลูกยาว Jack Pot เสียชีวิตบนฐาน DJ........ทองใบกับไพศาล...Buddy กันและเสียชีวิตแฝด ภายในหลุมนอนของเพื่อนเอง.........บุญส่ง นาคมาก...ถูกจับเป็นขณะขึ้นตีที่เนิน 1978 แล้วหายสาบสูญจนถึงปัจจุบัน........ประสาทสงครามหนึ่งรายคือ เจ้าป้อม...จรินทร์ มากสิณทร์........หลังจากที่กลับเมืองไทยแล้วไปรบใหม่ก็ได้มีโอกาสได้อยู่กับท่านหัวหน้าโสด พลเอกพิชัย ฉินนะโสต (โสด พิชิตศึก) ที่ BC603B.......ประจำที่ฐานช้างแดงหัวสนามบินล่องแจ้ง จนจบภารกิจกลับไทยเป็นทหารชุดสุดท้ายในล่องแจ้งครับเมื่อ 20 พฤษภาคม 2517......

ถ้าเพื่อนๆอดีตผู้บังคับบัญชา หรือเพื่อนๆอดีตนักรบทุกท่านอยากคุยด้วยก็ที่ e-mail address ของผมที่  nk_2498@hotmail.com แล้วพบกันใหม่ครับ............


โดย COMBAT วันที่ตอบ 18-12-2009 15:09:11

ความคิดเห็นที่ 23

คุณ COMBAT ขอบคุณมากที่โทรมาคุยกันเมื่อเวลา 15.13 น.วันที่ 18 ธ.ค.52 และยิ่งรู้สึกดีใจมากที่รู้ว่าไปๆมาๆท่าน COMBAT ก็คือ พนักงานวิทยุ ร้อย ปล.ที่ 3 B.C.605A ที่คุยกันทุกคืนสมัยที่อยู่ในสมรภูมิ รักษาสุขภาพด้วย และอย่าลืมเขียนประสพการณ์ลงให้ผู้ที่ได้เข้ามาอ่านได้รู้ว่า ภาระกิจของ B.C.605A เป็นอย่างไรบ้าง


โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 18-12-2009 15:55:48

ความคิดเห็นที่ 24

ไม่ทราบว่า  B.C.605A  ไปถึงประเทศที่สามเมื่อไหร่   คงไปเปลี่ยน  B.C.605  ใช่ไหมครับ  

ลองเล่าสู่กันบ้างอย่างคุณนักรบรับจ้าง บอก ก็ดีนะครับ

                                                                              ภูสิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 18-12-2009 22:55:12

ความคิดเห็นที่ 25

เรียน คุณcombat

        ช่วยเล่าประสพการณ์การรบที่ภูพันเก้า(เนิน1978)ให้พวกเราได้รับรู้ด้วย  เนินดังกล่าวผมเคยขึ้นไปอยู่และประจัญหน้ากับข้าศึก สุดท้ายพอปรระกาศหยุดยิงพวกเอาธงมาปักใกล้ๆกับฐานเราและได้พูดคุยกันพอสมควร  ยังไงๆก็เขียนเล่าสู่กันฟังด้วย  และขอบพระคุณคุณโรจน์และท่านภูสินด้วย


โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 25-12-2009 20:55:18

ความคิดเห็นที่ 26

สวัสดีปีใหม่ครับท่านสมาชิกและอดีตผู้บังคับบัญชาและเพื่อนพี่ๆและอดีตนักรบนิรนามทุกท่าน

     ผมต้องใช้เวลาเตรียมตัวนานหน่อยครับในการเรียบเรียงความหลังที่แม้จะนานเกินกว่า  30 ปีแล้วก็ตามผมไม่เคยลืมเลือนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้  แต่เพราะผมไม่ถนัดในการเขียนหนังสือและพิมพ์ดีดภาษาไทย

    ผมได้อ่านท่านทั้งหลายที่เขียนลงกันมาแล้ว  ผมขอชื่นชมในความจำและรายละเอียดที่พรั่งพรูออกมาแม้แต่วันที่และเวลาก็ไม่พลาดเลย  ผมคงจะไม่ลงรายละเอียดได้ดังที่ท่านเขียนมานะครับ

    BC 605A  เป็นกองพันที่พวกผมนักรบรุ่นเยาว์ (ทหารกองเกิน) ซึ่งท่านเจ้าของกระทู้ " นักรบรับจ้าง" เขียนมาให้ทราบว่าเป็นทหารกองเกินรุ่นแรกที่ฝึกอยู่ค่ายน้ำพอง  แต่ผมฝึกรุ่น TG39 ฝึกยังไม่ทันครบ 3 เดือนดี ก็ถูกเรียกรวมแถวกันทั้งหมด 3-4 กองพันในคืนวันหนึ่งของเดือนพฤศจิกายน  โดยหัวหน้า "เอี่ยม" ผบ.ค่ายฝึกฯท่านแจ้งว่า  " การสู้รบที่สมรภูมิฯขณะนี้กำลังถึงจุดแตกหัก  ฝ่ายเรามีการสูญเสียและสูยหายไปเป็นจำนวนมาก  จึงต้องมีการปรับกำลังพลเพื่อเข้าไปทดแทนส่วนที่สูญเสียไป "   ท่านจึงประกาศรับสมัครทหารเสือพรานที่กำลังฝึกอยู่ ณ ขณะนี้ ข้ามไปรบก่อนการฝึกเสร็จสิ้น (กำหนด 3 เดือน โดยประมาณ) โดยสมัครใจและลงชื่อไว้ทุกคนที่พร้อมจะข้ามไป

     (ช่วงนั้น...ระหว่างที่พวกเรากำลังฝึก   ผมสังเกตุว่ามีเครื่องบินมาลงบ่อยๆและมีการลำเลียงศพทหารและผู้บาดเจ็บถูกส่งมารักษาพยาบาลที่ค่ายน้ำพองเยอะมาก    อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้  ทางหัวหน้าเอี่ยม ท่านจึงได้เรียกประชุมรวมแถว)

     มีหลายกองพันที่เข้ามาฝึกพร้อมกันกับผม เช่น TG40-TG41 และ TG42 (เป็นกองหนุนก็มี)   แต่ส่วนมาก TG39 ของผมสมัครข้ามไปรบก่อนสิ้นกำหนดฝึกแทบหมดกองพัน และถูกส่งไปหลายพื้นที่ คือ เชียงลม  ปากเซ และที่ ฉก VP ที่ล่องแจ้งครับ   ส่วนผมบินข้ามไปเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2515 น่าจะเป็น BC 605 เก่า ครับท่าน

     รุ่นผมเมื่อข้ามไปถึงล่องแจ้งแล้ว พักอยู่ที่ บก. ส่วนหลังได้ 2 คืนก็ถูกส่งไปขึ้นแนว   โดยไปนอนรอกันอยู่ที่โรงพยาบาลร้าง หัวสนามบินล่องแจ้ง อีก 2 คืน จึงแยกย้ายถูกส่งขึ้นแนวแต่ละพื้นที่   ส่วนผม ฐานแรกที่ขึ้นไปก็เป็น Delta Juliet (DJ) ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกับเนินหัวโล้น (เนิน1978) ครับ

     ส่วนเรื่องการขึ้นตีเนินภูพันเก้า หลังปีใหม่ 2516 จำได้ว่ามี 3 กองพัน ถูกส่งขึ้นตีพร้อมกัน   แต่กองพัน 5 ของผมส่งไปแค่ กองร้อยเดียวและแค่ 1 หมวดครับ  ส่วนกองพันที่ขึ้นตีคนละด้านกับผมนั้นช่วยเตือนความจำผมหน่อยครับว่ากองพันอะไรบ้าง   อย่างที่ผมเรียนให้ฟังตั้งแต่ต้นนะครับต้องเรียบเรียงก่อนครับ....แล้วผมจะมาเรียนนำเสนอในโอกาสหน้าครับ

     ปี 2553 เรามีวันสำคัญที่ผมอยากให้ทุกท่านไปกันเยอะๆก็คือ " วันทหารผ่านศึก 3 กุมภาพันธุ์ " นี้นะครับ ผมและเพื่อนๆรุ่นพี่ๆและอดีตผู้บังคับบัญชาก็ไปกันมากเกือบทุกปี ผม ก็จะได้พบกันหลายท่าน รวมทั้ง หน. ภูเสน ก็พบท่านบ่อยๆ  และอีกหนึ่งงานที่ไม่ควรพลาดก็คือ " วันนักรบนิรนาม 333 "  ก็จะมีพิธีรดน้ำดำหัวอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงกันทุกปี  ตั้งแต่ก่อตั้ง " สมาคมนักรบนิรนาม 333 " มา  และผมเองก็เคยไปช่วยเหลืองานของสมาคมฯ ตั้งแต่ปีแรก  และได้เคยสวมบทเบาทป็นพิธีกรในงานสำคัญบนเวทีในงานวันนั้นด้วยครับ....อย่าลืมไปร่วมงานทั้งสองงานนะครับ

     สุดท้ายนี้...ผมก็ขออนุญาตถือโอกาสดีในวันขึ้นปีใหม่.......พ.ศ. 2553.......ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก  และทุกๆศาสนาที่ท่านทั้งหลายมีความเคารพนับถือเป็นประเพณี.......จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว  ประสพแต่ความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง  พลาอนามัยดี  ร่ำรวยเงินทอง  ประสพความสำเร็จในชีวิตครอบครัวและหน้าที่การงานกันถ้วนหน้า  ตลอดปีและตลอดกาลนานเอญ

 


โดย COMBAT วันที่ตอบ 01-01-2010 16:06:39

ความคิดเห็นที่ 27

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๓ ครับ

          เอี่ยม  อดีต ผบ.บี.ซี.๖๐๙  ที่ยอดภูเทิง  เหนือไลอ้อน ที่ผมอยู่นั่นแหละครับ  แต่ตอนนั้นท่านต้องมาราชการ หรืออะไรประมาณนั้นแหละครับ

          คุณ COMBAT  ข้ามไป  ๑๘  พ.ย.๑๕  ก็ไม่ได้เห็นบรรยากาศซำทองนะครับ  ตอนนั้นผมอยู่ที่ "ไทเกอร์" บนสกายไลน์  หรือได้เห็น "การรุกเข้าสู่ซำทอง"    

          คุณ คนดงมูล   ที่คุยถึง"อดีตทหารปืนใหญ่บนเนินสกายไลน์"  ได้พบท่านอีกหรือเปล่า  อยากให้คุยกับท่าน และถ่ายทอดให้ได้ทราบกันแพร่หลาย  จะได้ทราบกันว่า  ขณะที่หน่วยเราเป็นอย่างนี้  หน่วยอื่นเป็นอย่างไรกันบ้าง  อย่าลืมพบและนำประสบการณ์ของท่านมาเผยแพรต่อนะครับ

          ผมพยายามบอกคนที่คุ้นเคยให้เล่าก็รอท่านอยู่  เช่น ภูแก้ว  ซึ่งท่านอยู่ต่อจน "สิงหะ" จบภารกิจ ซึ่งน่าจะมีบทเรียนแปลกๆ บ้าง ถึงแม้ไม่ใช่การรบโดยตรง  ก็ได้ทั้งนั้น  ขอให้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่ "คนไทยในกองทัพพระราชอาณาจักรลาว" ก็สนใจอยากทราบด้วยกันทั้งนั้น   ยิ่งเรื่องความ น่ารัก ของเหล่านักรบ เวลาไม่ได้อยู่ในสนามรบ  ดูจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก   ท่านก็รับปาก  นี่ก็รอท่านอยู่

          เรื่องพบกันในวันทหารผ่านศึก  ใกล้ๆ วัน  ช่วยบอกกำหนดจุด และเวลา ให้ด้วยนะครับ  ผมไม่เคยไป  เดี๋ยวจะกะเร่อกะร่า  สห. เขาจะไล่เอา    แล้วพบกันครับ

                                                                                           ปีใหม่นี้  คิดดี และทำได้อย่างที่คิดนะครับ

                                                                                                                    ภูสิน

                 


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 01-01-2010 20:21:38

ความคิดเห็นที่ 28

สวัสดีปีใหม่ 2553

        ขอให้ท่านภูสิน  คุณCombat  และทุกๆท่านรวมทั้งเหล่าผู้กล้าทั้งหลายจงประสพแต่ความสุข  ความเจริญ ทุกท่าน เรื่องร้ายๆที่ผ่านมามันเป็นประสพการณ์ชีวิตที่มีคุณค่ายิ่ง  น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้พบได้เห็นเช่นพวกเรา  3 กุมภาพันธ์ 2553 "วันทหารผ่านศึก" คุณCombat ช่วยบอกรายละเอียดด้วย  กลัว ส.ห.เหมือนกัน

                                                                                  


โดย นักรบรับจ้าง วันที่ตอบ 02-01-2010 10:46:19

ความคิดเห็นที่ 29

          อย่าถือว่าเป็นเรื่องร้ายเลยครับ  อย่าลืมว่า  "ผู้ที่ผ่านวันนี้ไปได้ จะยืนอย่างระทึกใจ  เมื่อวันนี้ถูกกล่าวถึง"   ครับ  เราเป็น คน ในวันนั้น

          แม้ไม่มีใครกล่าวถึง  เราก็ รู้ และ .  .  .  ของเราเองนะครับ

                                                                                                      ภูสิน

 


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 02-01-2010 18:47:39

ความคิดเห็นที่ 30

เรียน ท่าน "ภูสิน" คุณ "นักรบรับจ้าง" คุณ "สัมพันธ์" คุณ "คนดงมูล" และเพื่อนๆสมาชิกอดีตนักรบ 333 ทุกท่านที่ได้เข้ามาเยี่ยมอ่านกระทู้ใน web นี้

       กำหนดการคร่าวๆของพิธีในงาน "วันทหารผ่านศึก" ทุกๆปี ช่วงเช้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

    0๖.30 น.  จะมีพิธีทางศาสนาบำเพ็ญกุศลให้แด่ดวงวิญญาณของทหารผ่านศึกผู้กล้า ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

    0๘.00 น.   พิธีวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (สมาคมฯและชมรมฯ ต่างๆเข้าร่วมวางพวงมาลาตามกำหนดการที่ได้แจ้งไว้ล่วงหน้า)

                        (ที่จอดรถ บริเวณองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก หรือบริเวณที่จัดไว้ให้ถัดไป)

        กำหนดการคร่าวๆของพิธีในงานทุกๆปี ช่วงบ่ายกรมทหารราบที่ ๑๑

    ๑๒.00 น.         เลี้ยงอาหารกลางวันที่ กรมทหารราบที่ ๑๑ (บางปีก็ไม่มีเลี้ยงครับ)

    ๑๕ .00 หรือ ๑๖.00 น.  พิธีสวนสนามสดุดีทหารผ่านศึกที่ ลานเอนกประสงค์ ณ กรมทหารราบที่ ๑๑ (นักรบนิรนามฯ ร่วมเดินสวนสนามเป็นลำดับท้ายสุดของแถว)

    ๑๗.00 น.         งานแสดงคอนเสิร์ต ลานเอนกประสงค์ ณ กรมทหารราบที่ ๑๑

    พี่น้องอดีตนักรบนิรนาม เสือพราน และ บก. ๓๓๓ ส่วนมากจะพบกันที่บริเวณทางเข้าอนุสาวรีย์ชัยฯ (ตรงข้าม รพ.เด็ก) ช่วงเช้า ตั้งแต่  0๖.30 น. เป็นต้นไป

    ชุดที่ใส่ไปร่วมงาน (เสือพราน)  ตามแต่จะ Design  by themselves (แต่งชุดลายพรางบ้าง ตามใจ แต่งใครแต่งมัน)  แต่ ถ้าจะวางพวงมาลา

    *  ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน........เครื่องแบบปกติขาว งดกระบี่ และถุงมือ

     *  พลเรือน...........ชุดสากลนิยม หรือชุดสุภาพ รองเท้าหุ้มส้น

     อย่าลืมไปร่วมงานกันมากๆนะครับ.....จะรู้สึกอบอุ่นใจเมื่อได้พบปะอดีตนักรบเก่าๆ....ที่ยังเหลือรอดอยู่ ณ ปัจจุบัน ได้เล่าเรื่องราวในอดีต.......แต่โลกยังไม่ยอมเปิดเผย.....!!!!!!!!!

     ขอให้โชคดีตลอดปีใหม่  ๒๕๔๒ ทุกๆท่านครับ

 

                                                                                                                                       " COMBAT "

 

     


โดย COMBAT วันที่ตอบ 04-01-2010 17:43:49




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น *
อีเมล์
รหัสป้องกันสแปม *  
Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search

eXTReMe Tracker
LeftHit.com