Log in  
dot


นามปากกา

Web Member
วีรไทย - สุราษฎร์ธานี
วีรไทย - สุราษฎร์ธานี

ผู้เขียน: samphan อ่าน: 97381 ความเห็น: 6961

สุราษฎร์ฯ ขาดทหารเกรียงไกร      ประชาเปลี่ยวใจใครคุ้มกัน

          ครับ . . . ถึงแม้ว่า  ในช่วง พ.ศ.๒๔๘๑ - ๒๔๘๓    กระทรวงกลาโหมได้จัดตั้งหน่วยทหารขึ้นหลายหน่วยในภาคใต้ ก็ตาม  แต่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีไม่ได้ตั้ง    เราลองดูสภาพทั่วๆ ไป  ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี กันนะครับ

 

          จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีสภาพภูมิประเทศที่หลากหลาย ได้แก่ ภูมิประเทศแบบที่ราบชายฝั่งทะเล ที่ราบสูง รวมทั้งภูมิประเทศแบบภูเขาซึ่งกินพื้นที่ของจังหวัดถึงร้อยละสี่สิบ ของพื้นที่ทั้งหมด     โดยมีทิวเขาภูเก็ตทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ของจังหวัด และมีลุ่มน้ำที่สำคัญ คือ ลุ่มน้ำตาปี ไชยา ท่าทอง เป็นต้น

           อาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้คือ

ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดชุมพรและอ่าวไทย

ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดนครศรีธรรมราชและกระบี่

ทิศตะวันตก ติดต่อกับจังหวัดพังงาและระนอง

ทิศตะวันออก ติดต่อกับอ่าวไทยและจังหวัดนครศรีธรรมราช

 

          ปัจจุบันจังหวัดสุราษฎร์ธานีแบ่งการปกครองออกเป็น 19 อำเภอ   ดังนี้

  1. อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี
  2. อำเภอกาญจนดิษฐ์
  3. อำเภอดอนสัก
  4. อำเภอเกาะสมุย
  5. อำเภอเกาะพะงัน
  6. อำเภอไชยา
  7. อำเภอท่าชนะ
  8. อำเภอคีรีรัฐนิคม
  9. อำเภอบ้านตาขุน
  10. อำเภอพนม
  1. อำเภอท่าฉาง
  2. อำเภอบ้านนาสาร
  3. อำเภอบ้านนาเดิม
  4. อำเภอเคียนซา
  5. อำเภอเวียงสระ
  6. อำเภอพระแสง
  7. อำเภอพุนพิน
  8. อำเภอชัยบุรี
  9. อำเภอวิภาวดี

   

          ถึงแม้ทางการทหารไทยไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมีกำลังทหารไว้ที่สุราษฎร์ธานี    แต่ก็มีชาวญี่ปุ่นมาตั้งร้านค้าขายเครื่องถ้วยชามในตลาดบ้านดอน ก่อนหน้านี้ประมาณ  ๑๐  ปี  และได้แต่งงานกับหญิงไทยจนมีบุตร    และเมื่อไม่มีหน่วยทหาร  จึงมีแต่ตำรวจเท่านั้นที่มีอาวุธ

 

 

หมู่เกาะอ่างทอง    สุราษฎร์ธานี

 

๖  ธันวาคม  ๒๔๘๔

          . . .  สถานึวิทยุ บี.บี.ซี.  ของอังกฤษออกข่าวว่า  กองเรือญี่ปุ่นราว  ๒๐๐  ลำ  กำลังเคลื่อนที่ลงมาในทะเลจีนใต้

 

๗  ธันวาคม  ๒๔๘๔

ทะเลจีนใต้ 

          ในตอนบ่าย       คลื่นลมแรงขึ้นทุกที     ทหารญี่ปุ่นตื่นเต้น และเป็นที่วิตกว่า การยกพลขึ้นบกในคืนนี้  (คืนวันที่ ๗ - ๘ ธันวาคม)    น่าจะเป็นไปอย่างยากลำบาก แน่นอน 

           ๒๐๐๐    สถานีวิทยุ บี.บี.ซี. ก็ออกข่าวอีกว่า   เครื่องบินลาดตระเวนของอังกฤษตรวจพบเรือรบญี่ปุ่นเคลื่อนเข้ามาในอ่าวไทย

 

          ในเช้ามืด  วันที่  ๘  ธันวาคม  ๒๔๘๔    ประชาชนบางส่วนได้ทราบข่าวแขกบ้านแขกเมืองที่ไม่ได้รับเชิญตั้งแต่ เช้ามืด   น่าจะเป็นชาวบ้านปากน้ำตาปีเห็นเรือรบญี่ปุ่นและเมื่อได้เข้ามาในตลาดบ้านดอนก็กระจายข่าวกันต่อๆ ไป

 

 

 

    กำลังทหารญี่ปุ่นซึ่งขึ้นบกที่สุราษฎร์ธานี  เป็นหน่วยในกองทัพที่  ๑๕   ซึ่งพลโท โซจิโร อิอีดะ  (Shojiro Iida)  เป็นแม่ทัพ    มีกำลัง    ๑ กรมทหารราบ   และ  ๒ กองพันทหารช่าง   เดินทางมาโดย  เรือลำเลียง  Yamaura Maru  และ   เรือตรวจการณ์ Shimushu เป็นเรือคุ้มกัน  (Shimushu Type Coast Deffense Ship)

 

          ส่วนในทางราชการ    นายพันตำรวจตรี  หลวงประภัศร์เมฆะวิภาค  ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้รับโทรเลขจากจังหวัดปัตตานี  ว่า ญี่ปุ่นจะขึ้นบุกแน่แล้ว  จึงสั่งการให้จ่ายอาวุธ กระสุนตำรวจทุกนาย    และให้ตำรวจวางกำลังป้องกันตามแนวคูเมืองตั้งแต่หน้าสถานีตำรวจไปถึงจวนข้าหลวงฯ

         ครั้นเวลาประมาณ  ๐๗๓๐    ก็ปรากฏเรือท้องแบนสองลำติดธงชาติไทยลำหนึ่ง  และธงชาติญี่ปุ่นลำหนึ่ง   บรรทุกทหารญี่ปุ่น เต็มลำ แล่นเข้ามาในแม่น้ำตาปี   และขึ้นที่ท่าตลาดกอบกาญจน์  และท่าโรงเลื่อยตลาดล่าง    แล้วเดินแถวไปยังศาลากลางจังหวัด    โดยชายชาวญี่ปุ่นขายถ้วยชามที่กล่าวข้างต้นแต่งกายเป็นพันตรีนายทหารญี่ปุ่นเดินนำหน้าเข้ามาจนถึงสะพานคูเมือง

          ที่สะพานคูเมือง    หลวงสฤษฎิ์สาราลักษณ์  ข้าหลวงประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี    นายพันตำรวจตรี  หลวงประภัศร์เมฆะวิภาค  ผู้กำกับการตำรวจภูธรฯ  และตำรวจอีกหลายนายถืออาวุธคุมเชิงอยู่     ฝ่ายญี่ปุ่นเจรจาขอเดินทัพผ่าน   แต่ฝ่ายเรา  อ้างว่าไม่ได้รับคำสั่งจากรัฐบาล  จึงให้ผ่านไม่ได้

          ฝ่ายญี่ปุ่นจึงให้สัญญาณทหารที่ตามมาขยายแถวเข้าที่กำบัง  ยิงฝ่ายเราทันที    นายพันตำรวจตรี  หลวงประภัศร์เมฆะวิภาค  ถูกยิงบาดเจ็บ  ต้องวิ่งเข้าที่กำบัง  ฝ่ายเราที่คุมเขิงอยู่จึงเข้าหาที่กำบังและยิงโต้ตอบบ้าง

          การต่อสู้ดำเนินไปตามสภาพที่มีและที่เป็น  คือฝ่ายญี่ปุ่นก็ไม่ได้เพิ่มเติมกำลังเข้ามาอีก    ฝ่ายเรา  ก็มีแต่กำลังตำรวจ  ซึ่งใช้อาวุธเพียงปืนสั้น  (ปืนพก)   ปืนพระรามหก   ปืน  ๘๓   อาวุธที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็คือปืนกลมือ  ซึ่งมีอยู่กระบอกเดียว 

 

 

         เรื่อง ที่น่าประทับใจคือ  คุณครู ลำยอง  วิศุภกาญจน์  ซึ่งนำลูกเสือสมุทรเสนามาเชิญพานรัฐธรรมนูญที่ศาลากลางจังหวัดฯ ในเช้าวันนั้น    ครั้นเห็นเหตุการณ์ ให้เกิดจิตใจหวงแหนแผ่นดิน และเสียสละอย่างยิ่งยวด  จึงชวน ลูกเสือ คอย  อั้นอุย ไปขอรับอาวุธที่สถานีตำรวจแล้วพากันไปต่อสู้ทหารญี่ปุ่น     

          ทางด้านคลังแสงได้แจกจ่ายอาวุธแก่บรรดาผู้รักชาติในครั้งนี้     ครูลำยอง วิศุภกาญจน์  ได้รับแจกปืนพระรามหกพร้อมกระสุนออกสู้รบต้านทานทหารญี่ปุ่นอย่างกล้าหาญ

 

        ครูลำยองซึ่งประจำแนวรบทางด้านปีกขวา ได้ใช้รั้วสังกะสีเป็นที่กำบังใช้ปืนยิงทหารญี่ปุ่นเสียชีวิตหลายคน  

            เมื่อทหารญี่ปุ่นบุกหนักทางปีกซ้าย    ครูลำยองหาทางออกไม่ได้ เพราะมีรั้วสังกะสีกั้นอยู่จึงโผล่ศรีษะขึ้นขณะประทับปืนบนไหล่   ทำให้ทหารญี่ปุ่นยิงท่านถูกที่หน้าผาก

และ . . . ท่านได้ เสียชีวิต    เมื่อเวลาประมาณ  ๑๑๑๕  พร้อมกับ  ลูกเสือ คอย  อั้นอุย

          ก็เป็นธรรมดาครับ    ในที่สุด  กองทหารญี่ปุ่นก็ยึดได้สถานที่สำคัญ  หลายแห่ง  เช่น  ท่าเรือ  ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข  ศาลากลางจังหวัดบางส่วน  

           เวลาประมาณ  ๑๓๐๐     รัฐบาลโทรเลขแจ้งให้ทางจังหวัดยุติการรบใน   และให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านได้  ญี่ปุ่นเข้ามาตั้งกองกำลังในท่าข้ามหลายจุด  เช่น  เชิงสะพานรถไฟ  สวนยางพาราของขุนเศรษฐภักดี   ท่าน้ำสวนสราญรมย์  เชิงควนท่าข้าม

 

          เวลาประมาณ  ๑๓๐๐    สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยของกรมโฆษณาการ  (กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน)  ได้ประกาศว่า   รัฐบาลไทยตกลงให้ทหารญี่ปุ่นเคลื่อนกำลังผ่านประเทศไทยได้

 

          ที่สุราษฎร์ธานี นี้มีสิ่งซึ่งต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์อีกอย่างหนึ่งก็คือ เป็นครั้งแรกที่เรามีพลเรือนผู้หญิง ได้รับพระราชทานเหรียญชัยสมรภูมิ  เธอคือ คุณกอบกุล ปิ่นพิทักษ์ ซึ่งในขณะนั้นเธออายุเพียง  ๑๖ ปี เป็นหลานสาวเจ้าของร้านขายข้าวแกง  เธอได้เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยลำเลียงกระสุนส่งให้แนวยิงอย่างกล้าหาญ

 

ความสูญเสีย

ฝ่ายเรา

          เสียชีวิต    เจ้าหน้าที่ตำรวจ และราษฎรอาสาสมัคร  รวมราวๆ  ๑๗ - ๑๘  คน  (ไม่ทราบจำนวนแน่นอน)

          บาดเจ็บ    ไม่ทราบจำนวนแน่นอน

ฝ่ายญี่ปุ่น        ไม่ทราบจำนวนแน่นอน

 

“อาบน้ำแบบญี่ปุ่น”

           ชาวบ้านกลัวภัยสงครามต่างอพยพไปอยู่ตามชนบท  อาศัยบ้านญาติหรือคนรู้จักกันเช่น  บ้านพุนพิน  บ้านท่าตลิ่งชัน  นับว่าห่างไกลตลาดท่าข้ามพอสมควร  ในตอนเช้าไปเปิดร้านค้าขาย      ตอนบ่ายปิดประตูอพยพไปอยู่นอกเมือง 

          ช่วงนั้นทหารญี่ปุ่นอาศัยอยู่ทั่วไป  ยามอาบน้ำจะมาเปลือยกายอาบน้ำ บางคนก็มีผ้าเตี่ยวปกปิดเล็กน้อยตามริมแม่น้ำบ้าง ก๊อกจ่ายน้ำหัวรถจักรรถไฟบ้าง  ในยุคนั้นตามบ้านเรือนไม่มีห้องน้ำเหมือนเช่นปัจจุบัน   ยามอาบน้ำจึงต้องอาศัยอาบที่ท่าน้ำ  ผู้ชายจะนุ่งผ้าขาวม้า  ส่วนผู้หญิงนุ่งกระโจมอกไม่ว่าหญิงสาวหรือวัยชรา    ถ้าใครแก้ผ้าอาบน้ำเรียกว่า  “อาบน้ำแบบญี่ปุ่น”

 

 

 ๐  สุราษฎร์ธานี    ว่าเมืองคนดี    ไม่มีทหาร

ไม่มีใครนึก    ข้าศึกรุกราน    ตำรวจชาวบ้าน    ร่วมใจป้องกัน

 ๐  คุณครูลูกเสือ    จิตกล้าหาญเหลือ    รับปืนไปพลัน

ร่วมกับน้องพี่    สู้ญึ่ปุ่นมัน    ให้รู้ไทยนั้น    หวงแหนแผ่นดิน

 

 

จากปี ๒๔๘๔  ถึง ปีนี้  ๒๕๕๒   เกือบ  ๗๐  ปี  ที่ ท่านทั้งหลายได้สละเลือด เนื้อ และชีวิตเป็นชาติพลี   เป็นแบบฉบับให้อนุชนถือเป็นเยี่ยงอย่างสืบไป 

. . . ขอท่านเป็นสุข และสงบ ในสัมปรายภพ . . . เทอญ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บรรณานุกรม

          - วีระบุรุษทหารไทย    พ.ต. ม.ร.ว. ประพีพันธ์  สุบรรณ      องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก  กรุงเทพฯ    พ.ศ.๒๕๐๒

          - ไทยกับสงครามโลกครั้งที่  ๒  โดย    ศาสตราจารย์   ดิเรก  ชัยนาม      แพร่พิทยา  กรุงเทพฯ  ๒๕๐๙

          - ประวัติกองทัพไทย  ในรอบ  ๒๐๐  ปี  พ.ศ.๒๓๒๕ - ๒๕๒๕      กรมแผนที่ทหาร  กรุงเทพฯ  ๒๕๒๕

          - ๕๐ ปี  วีรไทย    กองทัพภาคที่ ๔  จัดพิมพ์เนื่องในวาระครบ  ๕๐ ปี  แห่งสงครามมหารเอเซียบูรพา  ๘  ธันวาคม  ๒๕๓๔   

          - เว็บไซต์ ของกองบัญชาการกองทัพไทย  กองทัพบก  กองทัพเรือ  กองทัพอากาศ  และเว็บไซต์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งขอขอบคุณไว้  ณ  ที่นี้          
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 








[1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133 134 135 136 137 138 139 140 141 142 143 144 145 146 147 148 149 150 151 152 153 154 155 156 157 158 159 160 161 162 163 164 165 166 167 168 169 170 171 172 173 174 175 176 177 178 179 180 181 182 183 184 185 186 187 188 189 190 191 192 193 194 195 196 197 198 199 200 201 202 203 204 205 206 207 208 209 210 211 212 213 214 215 216 217 218 219 220 221 222 223 224 225 226 227 228 229 230 231 232 233 ถัดไป>>


ความคิดเห็นที่ 1

อย่ารู้เรื่องราว สงครามโลกครั้งที่2

ขึ้นที่สุราษฯเยอะๆจัง


โดย เด็กพานิชสุราษฯ วันที่ตอบ 08-10-2009 15:07:53

ความคิดเห็นที่ 2

อย่า  หรือ  อยาก  ครับ  เอาให้แน่ๆ  จะได้จัดให้ถูก

แต่เท่าที่ทราบ  พอญี่ปุ่นผ่านไปแล้ว  ก็ไมมีอะไรนะครับ    ชาวสุราษฏร์คงจะเล่าได้ดี


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 30-10-2009 14:56:59

ความคิดเห็นที่ 3

 สมัยสงครามโลกครั้งที่  ๒  ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกตลอดภาคใต้ของไทย  ก็เพื่อต่อสู้ต่อต้านจักรวรรดินิยมนักล่าอาณานิคมตะวันตก  ที่เข้ามายึดครองบ้านเมืองในเอซีย  ก็น่าเห็นใจญี่ปุ่น  หากฝ่ายญี่ปุ่นชนะ  ป่านนี้เมืองไทยอาจดีกว่านี้หรือเลวกว่านี้ก็ได้  คิดดูซิไทยเล่นกลร่วมรบกับญี่ปุ่น  ญี่ปุ่นแพ้  ไทยไม่แพ้  และไทยก็ไม่ได้อะไรมีแต่เสียกับเสีย  หากญี่ปุ่นชนะ  ไทยละคงชนะด้วย  แต่อาจเป็นขี้ข้าญี่ปุ่น  หรือไม่ก็เป็นมหาอำนาจไปกับญี่ปุ่นแล้ว  เห็นไหมหลังสงคราม  ผืนแผ่นดินไทย  เสียมราษฎร์  พระตะบอง  ศรีโสภณ  เวียงจันทน์  หลวงพระบาง  ฝรั่งเศสแย่งไป  มะริด  ตะนาวศรี  ทะวาย  อังกฤษแย่งไป และ  กลันตัน  ไทรบุรี  ตรังกานู  อังกฤษก็แย่งไป  ทั้ง ๆ ที่เป็นของไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย  อังกฤษ  ฝรั่งเศส  มายึดเอาดื้อๆปลายสมัยอยุธยา - ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์  ได้กลับคืนมาสมัยก่อนและหรือสงครามโลกครั้งที่  ๒  และแล้วเพราะพวกอังกฤษ  ฝรั่งเศส ใช่หรือไม่  ยังทิ้งปัญหาเรื่องพรมแดนไทย-ลาว  เรื่องเขาพระวิหาร  ให้แก่ไทย  เพราะอะไรหรือ?  เพราะญี่ปุ่นแพ้สงครามนั้นเอง  ก็บอกแล้ว  หากญี่ปุ่นชนะ  ไทยคง  ดีกว่านีหรือแย่กว่านี้  ใครจะไปรู้....   


โดย พูน วงศ์ถนอม วันที่ตอบ 20-09-2010 16:02:49

ความคิดเห็นที่ 4

 ครับ    ก็เป็นไปตามเหตุปัจจัยนะครับ

          วันนี้  ๒๐  กันยายน  เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว    ซึ่งนำสยามประเทศรอดพ้นวิฤติการณ์ขั้นเสียบ้านเสียเมืองได้อย่างหวุดหวิด     ท่านไม่ยอมเสียดินแดนไทยเลยนะครับ  (จันทบุรี  ตราด) 

          และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล  ทรงเป็นหลักใจให้ชาวไทยยุคหลังสงครามที่ท่านว่า

          ผมจำได้ว่า  ครั้งหนึ่ง  ถึงวงรอบที่เกาหลีใต้ต้องเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์  แต่เขามีข้อขัดข้อง  ต้องให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันแทน    แต่ต่อมา  เกาหลีใต้สามารถเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคส์  และร่วมกับญี่ปุ่นจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก    ส่วนไทยเราก็เกือบจัดการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ไม่ได้  (ผมไม่ได้จำครั้งที่ และปี พ.ศ.)  นะครับ    แต่เราก็พยายามเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิคส์เหมือนกัน  แว่วๆ ว่าเสียค่าลอบบี้ไปโขอยู่    (คงไม่จริงนะครับ)

          เราเป็นชาติแรกในเอเซียที่ใช้รถจักรดีเซล  (ในสมัยเสด็จในกรมพระกำแพงเพชรฯ)   ไม่ทราบว่าเราจะเป็นชาติสุดท้ายในเอเซีย ที่ใช้รถจักรดีเซล  หรือเปล่า    นะครับ    ใครจะไปรู้  .  .  .

          

 


โดย สัมพันธ์ วันที่ตอบ 20-09-2010 17:39:34

ความคิดเห็นที่ 5

ไม่ว่าในระดับชาติหรือระดับบุคคลแล้ว ผมเชื่อว่าควรเริ่มต้นที่การพึ่งตนเองให้มากที่สุดเป็นอันดับแรก ขาดเหลืออะไรแล้วถึงจะไปช่วยคนอื่นหรือขอให้คนอื่นช่วย แทนที่จะไปคิดว่าเราควรทำสงครามกับใครหรือร่วมกับใคร มันน่าคิดว่าทำไมเราเริ่มพัฒนาประเทศพร้อมกับญี่ปุ่น ทำไมเรากลับตามหลังเขาไม่ว่าในยุคสงครามโลกหรือในยุคนี้ เรื่องดินแดนที่เสียไปแล้วก็อย่าไปคิดมากเลยครับ เท่าที่เหลืออยู่ตอนนี้ทำยังไงจะให้อยู่ร่วมกันอย่างมีคุณภาพในทุกด้าน ไม่แตกแยกแตกต่างกันจนเวียนหัวอย่างในเวลานี้
โดย โรจน์ จินตมาศ ตอบโดยสมาชิก วันที่ตอบ 20-09-2010 22:41:34

ความคิดเห็นที่ 6

ลุงผมเคยเล่าให้ฟังกว่าตอนที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่ท่าข้ามพ่อของลุงผมเคยทุกเกนณ์ไปเป็นเสรีไทย


โดย ผมเอง วันที่ตอบ 19-06-2011 15:52:41

ความคิดเห็นที่ 7

เพราะบ้านของพมอยู่สุราษ อยู่ในเมือง

 


โดย ผมเอง วันที่ตอบ 19-06-2011 15:54:20

ความคิดเห็นที่ 8

ถ้าอยากให้พมเล่าให้ฟังโทรมาเบอร์ 0840651442 ถ้าจะมาหาที่สุราษมาหาได้ที่โรงเรียนสุราษพิทยานะคับ อยู่ ม.6/2


โดย ผมเอง วันที่ตอบ 19-06-2011 15:58:29

ความคิดเห็นที่ 9

ผมได้พูดคุยสัมภาษท์ ป้าแป๊ว กอบกุล ปิ่นพิทักษ์ ก่อนท่านเสียชีวิต จะเอารูปมานำเสนอ ส่วนลูกศิษย์ครูลำยอง ที่เป็น สมุทธเสนา (ลูกเสือ แต่ฝึกแบบทหารเรือ) 2 ท่าน ท่านนึงเป็นตำรวจ อีกท่านเป็นอาจารย์ นักคิด นักเขียน นักการเมือง และเป็นอาจารย์ของคุณสุเทพ เทือกสุบรรณด้วย ไว้จะนำเรื่องราวมาเสนอต่อไปครับผม
โดย วาทิน ชาติกุล วันที่ตอบ 18-09-2011 15:07:46

ความคิดเห็นที่ 10

When you wish a fantastic shipping of actually worth, score your folks. [url=http://www.robenuk.eu/]Sarenzalando[/url] Sarenzalando
โดย Sarenzalando วันที่ตอบ 10-01-2013 16:36:40

ความคิดเห็นที่ 11

Preceptor‘p check out so desperately, the perfect features can come after you lowest be prepared for these phones. cosalut.com
โดย cosalut.com วันที่ตอบ 12-03-2013 20:43:07

ความคิดเห็นที่ 12

You should never to understand which are comfortable to get along with. Make friends who'll coerce yourself to pry you moving upward. 6fr.fr http://www.6fr.fr/site_map.html/
โดย 6fr.fr วันที่ตอบ 12-03-2013 20:44:12

ความคิดเห็นที่ 13

Hardly ever glower, regardless if you can find yourself unfortunate, since you not know who may be dropping gets interested your current laugh. 7fr.fr http://www.7fr.fr/site_map.html/
โดย 7fr.fr วันที่ตอบ 12-03-2013 20:44:22

ความคิดเห็นที่ 14

Tend not to make friends that happen to be convenient to be with. Socialize who will stress that you definitely prise for yourself in place. cosalut.com http://www.cosalut.com/site_map.html/
โดย cosalut.com วันที่ตอบ 12-03-2013 20:45:16

ความคิดเห็นที่ 15

All of the unappealing way for you to long for anybody is being being seated top beside these guys once you learn you could potentially‘metric ton ask them to. noyoto.com http://www.noyoto.com/site_map.html/
โดย noyoto.com วันที่ตอบ 12-03-2013 20:45:32

ความคิดเห็นที่ 16

Have on‘testosterone waste matter your time and energy about the humans/girl,who seem to isn‘testosterone prepared waste matter their moment giving you. nikejordanretro3ok.com http://nikejordanretro3ok.com/site_map.html/
โดย nikejordanretro3ok.com วันที่ตอบ 12-03-2013 20:46:19

ความคิดเห็นที่ 17

Fancy is most likely the main rational in addition to good enough answer to the problem with a person's everyday living. 8fr.fr http://www.8fr.fr/site_map.html/
โดย 8fr.fr วันที่ตอบ 12-03-2013 20:46:39

ความคิดเห็นที่ 18

Affection, camaraderie, respect for authority, do not ever connect customers over a frequent hate designed for something. casquette obey
โดย casquette obey วันที่ตอบ 14-03-2013 09:48:18

ความคิดเห็นที่ 19

Authentic solidarity foresees the needs of several other as compared with laud the private. Shoes.fr
โดย Shoes.fr วันที่ตอบ 16-03-2013 16:02:46

ความคิดเห็นที่ 20

Prefer is in fact frail by commence, but it really gets more as we grow older you'll no doubt well federal. http://www.c88.fr/marque-casquette-snapback-casquette-armani-c-7_151_152.html
โดย http://www.c88.fr/marque-casquette-snapback-casque วันที่ตอบ 25-03-2013 21:18:25

ความคิดเห็นที่ 21

Father‘to sample so desperately, an excellent matters go when you really believe those to. [url=http://www.c88.fr/casquette-oui-taille-casquette-nfl-c-7_8_148.html/]casquette nfl pas cher[/url] casquette nfl pas cher
โดย casquette nfl pas cher วันที่ตอบ 25-03-2013 21:19:32

ความคิดเห็นที่ 22

The uncle probably are not a fellow worker, yet a fellow worker will always be a uncle. [url=http://www.c88.fr/sport-casquette-snapback-casquette-dope-c-7_168_171.html/]casquette dope pas cher[/url] casquette dope pas cher
โดย casquette dope pas cher วันที่ตอบ 25-03-2013 21:23:40

ความคิดเห็นที่ 23

Mainly because a friend or relative doesn‘longer accept you your unique interest in desire them which will,doesn‘longer convey they will add‘longer accept you effortlessly they may have. 9fr.fr
โดย 9fr.fr วันที่ตอบ 03-04-2013 03:09:58

ความคิดเห็นที่ 24

Will be carry on the minute both equally mate claims he's got a small superiority beyond the alternative. [url=http://www.fr9.fr/]TN Pas Cher[/url] TN Pas Cher
โดย TN Pas Cher วันที่ตอบ 03-04-2013 03:10:30

ความคิดเห็นที่ 25

Never ever look down on, even when you can be sorrowful, for those who not know who is decreasing fond of your primary grinning. laredoutecode.com
โดย laredoutecode.com วันที่ตอบ 03-04-2013 03:18:29

ความคิดเห็นที่ 26

Pleasure really is a essence it is impossible to strain in some others without having using a variety of declines in your self. [url=http://www.laredoutesoldes.fr/]laredoutesoldes.fr[/url] laredoutesoldes.fr
โดย laredoutesoldes.fr วันที่ตอบ 03-04-2013 03:18:43

ความคิดเห็นที่ 27

Won't talk about your current health to just one less privileged more than all by yourself. maillot de bain pas cher
โดย maillot de bain pas cher วันที่ตอบ 03-04-2013 03:21:58

ความคิดเห็นที่ 28

Better not connect with others whorrr re at ease to get along with. It's the perfect time that will team players to lever your lifestyle in. [url=http://www.salansa.com/]veste femme[/url] veste femme
โดย veste femme วันที่ตอบ 03-04-2013 03:22:43

ความคิดเห็นที่ 29

No need to make friends which are cosy to be with. Connect with others which will pressure one to lever your family " up ". cosalut.com
โดย cosalut.com วันที่ตอบ 03-04-2013 03:33:23

ความคิดเห็นที่ 30

Certainly not glower, no matter if a person is heartbreaking, because do not no who will be slipping excited about ones look. [url=http://www.tnniketn2013.com/]tnniketn2013.com[/url] tnniketn2013.com
โดย tnniketn2013.com วันที่ตอบ 03-04-2013 03:33:41




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น *
อีเมล์
รหัสป้องกันสแปม *  
Copyright © 2010 All Rights Reserved.
| WW II Europe | WW II Asia | WW I | Vietnam War | ประวัติศาสตร์ไทย | บทความจากสมาชิก | คุยกันหลังฉาก | บทความทั้งหมด |

สนใจร่วมเขียนบทความในเว็บไซต์ เชิญอ่าน แนวทางการร่วมเขียนบทความ ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์

Custom Search

eXTReMe Tracker
LeftHit.com